กรดไขมัน Omega 3 ( Fish Oil : Puritan ‘s Pride )

omega 3 puritan pride update

Fish Oil หรือน้ำมันปลา พบมากในปลาน้ำลึกกลุ่มสแกนดิเนเวียนมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ขี่อ DHA ช่วยการทำงานของสนอง และความจำ งานวิจัยล่าสุดปี 2013 พบว่าควรทานปลาให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง คนที่มีสุขภาพดีอายุระหว่าง 18-45 ปี ที่ทานน้ำมันปลาที่มี DHA 300-400 มิลลิกรัม ต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลา 6 เดือน จะมีประสิทธิภาพในการจำดีขึ้น ทังยังช่วยลดผลร้าย ของอาหารขยะที่มีต่อสมอง นอกจากนี้ กรดไขมันโอเมก้า-3 จะช่วยยับยั้งการผลิตสารอักเสบซึ่งมีผลให้การอักเสบของสิวลดลง ช่วยลดฮอร์โมน IGE-1 ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้สิวกำเริบขึ้น มมีงานวิจัยพบว่าคนที่เป็นสิวและทานลาที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้า-3 จะมีแผลสิวและรอยสิวน้อยลง นอกจากนั้นยังช่วยลดการอักเสบของสิวได้อีกด้วย

จากการศึกษาถึงประโยชน์ของน้ำมันปลาที่มีมานานหลายปีแล้ว … เราจะมาดูกันว่า … จริงๆ แล้วน้ำมันปลามีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง

1. ช่วยลดไขมัน Triglyceride (TG) ในเลือด มีการทดลองที่ชัดเจนแล้วว่า … การกิน Omega-3 ในขนาด 2 กรัม/วัน … จะส่งผลช่วยผลลด TG ได้ และจะยิ่งส่งผลดีมากขึ้น … เมื่อได้รับในขนาดมากขึ้น เช่น การได้รับในขนาด 4 กรัม/วัน … จะส่งผลช่วยลด TG ได้ถึง 25-40%

2. ลดการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน/heart attack ในคนที่เคยมีประวัติมาก่อน พบว่า ในผู้ป่วยที่มีประวัติเคยมีอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน การกินปลาในขนาด 200-400 กรัม/สัปดาห์ (( เทียบเท่ากับได้รับ Omega-3 500-800 มก./สัปดาห์ )) ช่วยลดการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และลดอัตราการเสียชีวิตที่เกิดขึ้นได้ แต่ทั้งนี้คนไข้ต้องใช้ยารักษาโรคหัวใจควบคู่ไปด้วยถึงจะได้ผล (( น้ำมันปลา จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของการรักษาให้ดียิ่งขึ้น ))นอกจากนี้ทางสมาคมโรคหัวใจของ USA ได้แนะนำให้คนที่เป็นโรคหัวใจ ควรจะได้รับ EPA + DHA วันละ 1 กรัม ไม่ว่าจะมาจากการกินปลาหรือจะมาจากอาหารเสริมก็ตาม

3. อาการความดันโลหิตสูง

……. การกิน Omega-3 … ช่วยลดความดันได้ถึง 2-5 ม.ม. ปรอท … และอาจลดได้มากกว่านี้ในกรณีที่ความดันสูงมากๆ

……. แต่ทั้งนี้ การกิน Omega-3 … อาจต้องกินในขนาดสูง คือ 3 กรัม/วัน … ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลข้างเึคียงได้สูงเช่นกัน

……. การควบคุมความดันด้วยวิธีอื่นๆ … สามารถเห็นผลได้ดีกว่ามาก เช่น การจำกัดเกลือ, การลดน้ำหนัก, การออกกำลังกายหรือการใช้ยา

4. การป้องกันโรคหัวใจ … ในกรณีที่ไม่เคยมีประวัติมาก่อน

……. มีบางรายงานว่า ในคนที่กินปลาเป็นประจำ … จะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจน้อยกว่าคนที่ไ่ม่ได้กิน … แต่บางรายงานก็ขัดแย้งกัน

……. จึงยังไม่สามารถมีบทสรุปได้ว่า การป้องกันการเกิดโรคหัวใจนี้ … จะป้องกันได้เฉพาะในกลุ่มคนที่มีแนวโน้ม/ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจหรือ ไม่

5. ข้ออักเสบ

……. การใช้น้ำมันปลา … จะช่วยเสริมฤทธิ์แก้ปวด … เมื่อใช้ควบคู่กับยาแก้ปวดได้ โดยน้ำมันปลาจะช่วยลดสารสื่อที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดได้

ประโยชน์และความสำคัญของ Omega-3 fatty acids ในผู้ใหญ่และเด็ก
Omega-3 fatty acids มีประโยชน์แก่เด็กๆ ดังนี้
-กรด DHA จะช่วยในการพัฒนาสมองและดวงตาของเด็กทารก โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนก่อนคลอด

-มี ความสัมพันธ์ระหว่างการขาดของ DHA และอาการของโรคสมาธิสั้น โดยเด็กที่มีระดับ DHA ต่ำจะมีปัญหาด้านพฤติกรรม อารมณ์ การนอนและการเรียนรู้มากกว่าเด็กกลุ่มที่มีระดับ DHA ปกติ และเมื่อได้รับ DHA เสริม อาการต่างๆ จะดีขึ้น

ความสำคัญของ Omega-3 fatty acids ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
– ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดได้
– ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันได้ยากขึ้น
– ช่วยลดความดันโลหิตได้
– ลดอุบัติการของโรคหลอดเลือดหัวใจ
– ป้องกันโรคความจำเสื่อม
– ช่วยชะลอ/ป้องกันการเจริญของเซลล์มะเร็ง

จาก การศึกษาทั้งในสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์ พบว่า คนที่กินปลาเป็นประจำ สัปดาห์ละ 2 ครั้ง (ปริมาณ 240 กรัม) จะมีอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและอัตราเสียชีวิตต่ำกว่ากลุ่มที่ไม่กิน ปลาหรือกินน้อย, ในผู้ป่วยซึ่งเคยมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย การกินปลาหรือน้ำมันจากปลาในปริมาณเพิ่มขึ้นสามารถลดอัตราตายได้ประมาณร้อย ละ 29 ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจได้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นผลจากการลดการเกิดหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (cardiac arrest) นอกจาก omega-3 fatty acids แล้ว ปลายังเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ย่อยง่าย และในปลาทะเลยังมีไอโอดีน ซึ่งช่วยป้องกันปัญหาเรื่องคอพอก และช่วยการเจริญพัฒนาของสมองเด็กในช่วงปีแรกด้วย