ลูทีน(Lutein) และ ซีแซนทีน(Zeaxanthin)

ลูทีนและซีแซนทีน เป็นสารอาหารปกป้องดวงตา พบได้ในดอกไม้สีเหลือง เช่น ดอกดาวเรือง และยังพบในไข่แดง เกษตรกรที่ต้องการให้ไข่แดงมีสีส้มสดก็จะนำดอกดาวเรืองให้แม่ไก่กิน แม่ไก่ก็จะได้รับสารลูทีน ไปสะสมในไข่แดง ทำให้ไข่มีสีสวยและอุดมด้วยลูทีน

1

ซีแซนทีน(Zeaxanthin) พบได้ในพริก ดอกดาวเรือง โกจิเบอร์รี่ เป็นต้น เรามักพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีลูทีนคู่มากับซีแซนทีน เนื่องจาก สารทั้งสองชนิด เป็นสารประเภทเดียวกัน และมีความคล้ายคลึงกันมาก

ลูทีนและซีแซนทีน เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบมากที่สุดตรงบริเวณจุดศูนย์กลางของเรตินา จะช่วยดูดซับแสงสีน้ำเงินก่อนที่จะส่งผลเสียต่อดวงตา

การศึกษาทางระบาดวิทยา พบหลักฐานว่า ลูทีนและซีแซนทีนช่วยลดโรคจอประสาทตาเสื่อม (Age-related macular degeneration: AMD) สำนักงาน อาหารและยาสหรัฐอเมริกา ให้การรับรองผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลูทีนและซีแซนทีน ในการลดความเสี่ยงของการเกิดความเสื่อมของตา อันมีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น

การศึกษาโดยใช้เวลา 6 ปี ของสถาบันดวงตาแห่งชาติพบว่า ลูทีนและซีแซนทีน ช่วยป้องกันการตาบอดจากความเสื่อม การศึกษาของโครงการสารอาหารและการมองเห็น ซึ่งใช้เวลาถึง 15 ปี พบว่า การรับประทานลูทีนและซีแซนทีน ขนาด 2.4 มิลลิกรัมขึ้นไป จากอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะช่วยลดต้อสีเหลืองที่เลนส์ตา

นอกจาก ลูทีนและซีแซนทีน จะมีคุณสมบัติในการช่วยชะลอความเสื่อมของเรตินา และเลนส์ตาแล้ว ยังทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก และป้องกันการเกิดโรคหัวใจ
ลูทีนไม่ได้มีการกำหนดปริมาณในการรับประทาน แต่งานวิจัยพบว่า ต้องรับประทาน 6-10 มิลลิกรัมต่อวัน จึงจะมีประสิทธิภาพในการดูแลดวงตา และมีความปลอดภัยหากรับประทานไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน หากรับประทานมากเกินไปจะมีการสะสมที่ตับ และทำให้ตัวเหลืองที่เรียกว่า Carotenemia แต่เพียงแค่การหยุดรับประทานสักระยะอาการเหล่านี้ก็จะหายไปเอง
แหล่งที่พบ ลูทีนและซีแซนทีน ในธรรมชาตินอกจาก จะพบมากในดอกดาวเรือง และโกจิเบอร์รี่(เก๋ากี้)แล้ว ยังพบใน กะหล่ำ ผักโขม ถั่วลันเตา ผักกาด ต้นอ่อนกะหล่ำดาว ถั่วพิสตาชิโอ บรอกโคลี ข้าวโพด ไข่ และแครอท
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: คู่มืออาหารเสริม, ดร.เริงฤทธิ์ สัปปพันธ์