แครนเบอร์รี่(cranberry)

แครนเบอร์รี่(Vaccinium macrocarpon) เป็นผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ซึ่งมีลักษณะเป็นไม้เลื้อย นิยมปลูกเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์ในสหรัฐอเมริกา ผลแครนเบอร์รี่มีสีแดงสด และมีรสเปรี้ยวอมหวาน

แครนเบอร์รี่ เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง และประกอบไปด้วยสารพฤกษเคมี ที่ออกฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารพฤกษเคมีที่สำคัญในแครนเบอร์รี่ ได้แก่ Proanthocyanidins, Catechins, Triterpenoids, Quinic acid, Hippuric acid และTannin โดยเฉพาะ Proanthocyannidins ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด และยังสามารถป้องกันการยึดเกาะของแบคทีเรียกับเนื้อเยื่อในร่างกาย ด้วยเหตุนี้แครนเบอร์รี่จึงถูกนำไปใช้ในรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ แผลในกระเพาะอาหาร และการเกิดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน

e0b981e0b884e0b8a3e0b899e0b980e0b89ae0b8ade0b8a3e0b98ce0b8a3e0b8b5e0b988-cranberry
นอกจากนี้ ยังมีรายงานเกี่ยวกับ การบริโภคแครนเบอร์รี่สามารถลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลอง และความเป็นกรดอ่อนๆ ของแครนเบอร์รี่ ยังช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้อีกด้วย แครนเบอร์รี่ ได้รับการบันทึกอย่างเป็นทางการในเภสัชตำรับของสหรัฐอเมริกา(U.S. Pharmacopeia) ให้เป็นยาที่ช่วยในการรักษาอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ผลงานวิจัยโดยมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่า การดื่มน้ำแครนเบอร์รี่วันละ 300 มิลลิลิตร จะช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในปัสสาวะลงได้ แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย จึงมีสรรพคุณในการรักษาโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบได้ดี

แครนเบอร์รี่ มีสารสำคัญในกลุ่มสารฟลาโวนอยด์ คือ โปรแอนโธไซยานิดินส์(proanthocyanidins, PACs) ที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรียที่บริเวณผนังทางเดินปัสสาวะ คนที่เป็นโรคนี้ให้ดื่มน้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น (แบบไม่มีน้ำตาล) แก้วละ 300 มิลลิลิตรทุกวัน จะช่วยป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้ได้อีก โดยลักษณะของแครนเบอร์รี่ ที่ให้ผลทางการป้องกันการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาจะจะอยู่ในรูปของน้ำแครนเบอร์รี่หรือในรูปสารสกัดบรรจุแคปซูล จากการศึกษาในกลุ่มของผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์กับการรักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ พบว่า สามารถลดอัตราการติดเชื้อได้ถึง 50%

การรับประทานสารสกัดจากแครนเบอร์รี่วันละ 800 มิลลิกรัม จะช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายแข็งแรง เนื่องจากในแครนเบอร์รี่มีวิตามินซีสูง นอกจากนี้ วิตามินซีในแครนเบอร์รี่ยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น สารสกัดจากผลเบอร์รี่ อย่างแครนเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และแบล็กเบอร์รี่นั้นอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารฟลาโวนอยด์ที่ชื่อโปรแอนโธไซยานิดินส์(proanthocyanidins, PACs) สามารถเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจนได้

ในปี คศ. 1979 มีการตีพิมพ์เผยแพร่บทความทางการแพทย์ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ โดย Infectious Diseases Society of America (IDSA) ซึ่ง IDSA เป็นองค์กรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมีตัวแทนทั้งแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ กว่า 7,500 คน ซึ่งเชี่ยวชาญโดยเฉพาะทางด้านโรคที่เกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ (ข้อมูลของ IDSA ติดตามรายละเอียดได้ในเว็บไซต์ http://www.idsociety.org)ในวงการแพทย์ได้ยอมรับกันอย่างกว้างขวางแล้วว่า แครนเบอร์รี่ไม่ว่าจะเป็นในรูปของน้ำผลไม้ สารสกัดบรรจุแคปซูล หรือแบบชงดื่ม รวมถึงการนำมาทำอาหาร แยม หรือน้ำแครนเบอร์รี่ โดยในปัจจุบันมีการผลิตมาให้อยู่ในรูปของอาหารเสริมแบบแคปซูล ต่างก็ให้ประสิทธิภาพในการรักษาและป้องกันโรคเกี่ยวกับกระเพาะปัสสาวะ และอวัยวะภายในช่องท้องของสตรี ที่มักประสบปัญหาการอั้นปัสสาวะและเกิดการอักเสบขื้นภายใน เมื่อได้รับประทานแครนเบอรี่อย่างต่อเนื่องก็จะเห็นผลที่ดีขึ้น

จากการวิจัยใหม่ยังยกให้แครนเบอร์รี่ เป็นตัวการสำคัญในการยับยั้งและรักษาการเกิดก้อนนิ่วในไต ช่วยลดไขมันไม่ดีในเลือด(LDL) ช่วยให้ร่างกายสามารถคืนสู่ปกติได้หลังจากอาการชัก และสำคัญกว่านั้นคือ ช่วยในการป้องกันมะเร็งและต้านการก่อกลายพันธุ์ของเซลล์ แครนเบอร์รี่ไม่ใช่ยา แต่เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ซึ่งมาจากผลแครนเบอร์รี่ที่ปลูกในแถบอเมริกาเหนือ จึงสามารถรับประทานได้โดยไม่มีผลข้างเคียงใดๆ ช่วยในการรักษากระเพาะปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อในท่อปัสสาวะ ขจัดกลิ่นในปัสสสาวะ รักษาและป้องกันเกี่ยวกับโรคที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย
ในผลแครนเบอร์รี่ ให้สารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายโดยเฉพาะ การออกฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพโดยรวม ทั้งยังช่วยให้ผิวพรรณเกลี้ยงเกลา มีสุขภาพผิวที่ดี คุณ

ประโยชน์ของแครนเบอร์ี่รี่ ในด้านต่างๆ โดยสรุปดังนี้

  • ช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะปัสสาวะ
  • ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียในปัสสาวะลง
  • มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต
  • วิตามินซีในแครนเบอร์รี่ยังช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น
  • สามารถเสริมสร้างและฟื้นฟูคอลลาเจน
  • แครนเบอร์รี่ยังช่วยต่อต้านอาการป่วยเรื้อรังของสมอง
  • ช่วยป้องกันโรคเหงือก
  • แผลในช่องท้อง
  • การยับยั้งและป้องกันการเกิดก้อนนิ่วในไต
  • ช่วยในด้านการป้องกันมะเร็ง ต้านการกลายพันธุ์ของเซลล์
  • ช่วยลดไขมันไม่ดี(LDL)ในเลือด
  • ช่วยลดอาการกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ติดเชื้อ ในท่อปัสสาวะ
  • ขจัดกลิ่นในปัสสสาวะ
  • เป็นตัวยับยั้งเชื้อแบคทีเรียอีโคไล (E.coli)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล, http://www.inmu.mahidol.ac.th/th/knowledge/view.php?id=236
วิตามินไบเบิล, ดร.เอิร์ล มินเดลล์
Cranberry Institute, http://www.cranberryinstitute.org/10ReasonsWEB.pdf
ภาพจาก http://acreagelogic.files.wordpress.com/2012/11/cranberry.jpg