Beta Glucans 200 mg / 60 Tablets ( Puritan ‘s Pride )

Beta Glucans 200 mg / 60 Tablets ( Puritan ‘s Pride )

ราคา 750-

สารอาหารมหัศจรรย์แห่งธรรมชาติ ที่มีงานวิจัยจากวงการแพทย์ในระดับโลก เกี่ยวกับการกระตุ้นให้ร่างกายเพิ่มการสร้างโปรตีนคอลลาเจน ฮีลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิก เพื่อลดริ้วรอย เป็นอาหารผิวชุดเดียวกันที่ใช้ในการฉีดฟิลเลอร์ ของสถาบันเสริมความงามทั้งหลาย เพื่อเพิ่มความอ่อนเยาว์ ชลอผิวไม่ให้เซลล์เหี่ยวหรือแก่ เพิ่มความชุ่มชื้นหรือสารน้ำแห่งผิว อีกทั้งยังเหมาะกับผู้ที่รักสุขภาพ และผู้ป่วยต่างๆ เช่น มะเร็ง เบาหวาน ภูมิแพ้ โรคไต ความจำเสื่อม ระบบขับถ่าย โรคปวดตามข้อ โรคกรดไหลย้อน ตับอักเสบ อัมพฤกษ์ โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง มะเร็งปอด ปวดกล้ามเนื้อ นิ้วล็อค ฯลฯ

Beta Glucans 200 mg / 60 Tablets ( Puritan ‘s Pride )ประวัติ Beta Glucan (เบต้า กลูแคน)

เบต้ากลูแคน Beta Glucan คือสารอาหารประเภทแป้งซึ่งมีคุณสมบัติมหัศจรรย์ที่สามารถกระตุ้นภูมิต้านทาน ของร่างกายใช้ป้องกันโรคติดเชื้อจากจุลชีพต่างๆ ทั้งยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่สำคัญคือลดระดับคอลเลสเตอรอลในโลหิตทั้งยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) สำหรับประโยชน์ที่เหนือกว่าสารอาหารอื่น คือสรรพคุณในการป้องกันและรักษาโรคมะเร็งเพราะถ้าร่างกายได้รับเบต้ากลูแคน เม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ (Macrophage) จะถูกกระตุ้นให้มีความสามารถในการสังเกตเห็นเชื้อมะเร็งว่าเป็นผู้บุกรุกและ จะเข้าไปทำลายได้อย่างมีประสิทธิภาพภาพ

 

รายงานการวิจัยจากมหาวิทยาลัยทางการแพทย์ชั้นนำของโลกหลายสิบแห่ง สนับสนุนสมรรถภาพของ เบต้ากลูแคน เช่น มหาวิทยาลัยฮาร์วาด มหาวิทยาลัยทูเลน มหาวิทยาลัยดิ๊ก มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย มหาวิทยาลัยหลุยส์วิล มหาวิทยาลัยวอชิงตันฯลฯ พร้อมทั้งยังมีเอกสารทางวิชาการมากกว่า 1,000 รายงาน มีผลการศึกษาค้นคว้า ซึ่งรับรองคุณภาพของเบต้า กลูแคน (Beta Glucan) ว่าช่วยภูมิต้านทานทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนิด เบต้า 1,3/1,6 กลูแคน (Beta 1,3/1,6 Glucan) ไซโมซาน มีสรรพคุณต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์

Beta Glucans 200 mg / 60 Tablets ( Puritan ‘s Pride )ประวัติของเบต้า กลูแคน

เริ่มตั้งแต่ ค.ศ. 1940 (พ.ศ.2483) เป็นต้นมา เมื่อนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ชื่อ ดร. หลุยส์ พิวลีเมอ (Louis Pillemer Ph.D) ได้ศึกษาตัวยาผสม Crude Mixture ซึ่งมาจากผนังเซลล์ของยิสท์ โปรตีน ไขมัน และแป้ง มีชื่อเรียกวัตถุดิบนี้ว่า ไซโมซาน (Zymosan) และได้รายงานสรรพคุณไว้ว่าเป็นตัวยาที่สามารถ เพิ่มอำนาจภูมิคุ้มกันของร่างกายอย่างไม่จำเพาะเจาะจงนั่นคือ ต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์และสิ่งแปลกปลอมทุกชนิดไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราและมะเร็ง

แต่ในขณะนั้น ดร.พิวลีเมอ ไม่ทราบว่าส่วนใดของยา Zymosan ที่ทำให้เกิดคุณสมบัติดังกล่าว Zymosan ไซโมซาน ได้ถูกนำมาใช้เป็นยาอย่างแพร่หลายทั่วยุโรป ราคาแพงแต่มีผลข้างเคียงมากเพราะยังไม่บริสุทธิ์เพียงพอ โปรตีนจากยิสท์ที่ปนเปื้อนมาด้วยก่อให้เกิด อาการแพ้ Allergy จนคนไข้ส่วนใหญ่ทนยาไม่ได้ ในปี ค.ศ. 1960 (พ.ศ. 2503) ดร.นิโคลัส ไดลซิโอ (Nicholas Di-Luzio, Ph.D) จากมหาวิทยาลัยทูเลน Tulane University ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ทำการวิจัยขยายผลจนพบว่าสาร ซึ่งมีคุณสมบัติกระตุ้นภูมิต้านทานให้เข้มแข็งที่อยู่ในยาไซโมซาน Zymosan นั่นก็คือ เบต้า 1,3 ดี กลูแคน (Beta 1,3 D Glucan) ซึ่งเป็นน้ำตาลกลูโคสเชิงเดี่ยว มีโมเลกุลเป็นรูป วงแหวนมาต่อกันเป็นเส้นตรงยาว ซึ่งเรียก Glucanโดยโมเลกุลในแต่ละห่วงกลูโคส อันต้นจับกับห่วงของกลูโคส ถัดไปที่ตำแหน่งคาร์บอน (C) ที่ 1 และที่ 3 จึงเรียก 1,3 กลูแคน การเชื่อมของโมเลกุลน้ำตาลกลูโคสตัวถัดไปกับกลูโคสด้วยกัน มีชื่อว่า Glycoside Linkage คำว่า เบต้า (Beta หรือย่อว่า B) หมายถึง หางของ OH (Hydroxyl) ชี้ขึ้นข้างบนจากแนว จึงได้ชื่อว่า เบต้า 1,3 กลูแคน (Beta 1,3Glucan) คำว่า ดี (D) หมายถึง ค่าสัดส่วน Symmetry เมื่อ OH หันไปด้านขวาจะเรียก D (มาจากคำว่า Dextro แปลว่าขวา และโปรดสังเกตว่าตัวดีจะเป็นดีตัวใหญ่ คือ D)

ดังนั้นโดยสมบูรณ์ คำว่า เบต้ากลูแคน ซึ่งเป็นกลุ่มน้ำตาลกลูโคสที่มีคุณสมบัติเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกาย จึงมีชื่อเรียกว่า เบต้า 1,3 ดีกลูแคน 1,3 ดีกลูแคน (Beta 1,3 D Glucan) เบต้ากลูแคนที่ดร.ไดลูซิโอ นักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยทูแลนค้นพบไม่มีผลทางด้านลบ ของไซโมซาน Zymosan คืออาการค้างเคียงติดมาด้วยเลย ยกเว้นยังราคาแพงมากเหมาะสำหรับซื้อไปใช้ ทำงานวิจัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น บทบาทของเบต้ากลูแคนได้จุดกระแสความมีประสิทธิภาพทางยาขึ้นในปี ค.ศ.1975 (พ.ศ.2518) โดยนายแพทย์ ปีเตอร์ แมนเซล (Peter W Mansell MD.)ได้เขียนผลการศึกษาลงในวารสารสถาบัน มะเร็งแห่งชาติสหรัฐอเมริกา โดยอธิบายถึงการฉีดเบต้า 1,3 ดี กลูแคน เข้าไปในก้อนเนื้องอกมะเร็งผิวหนัง (Melanoma) ของคนไข้ 9 คน พบว่า ขนาดของมะเร็งหดเล็กลงอย่างรวดเร็วภายในเวลา 5 วันและถ้าเป็น ก้อนเล็กๆ จะหายไปอย่างสมบูรณ์

Beta Glucans 200 mg / 60 Tablets ( Puritan ‘s Pride )หลังจากนายแพทย์แมนเซลได้ประกาศความสำเร็จของการใช้ เบต้ากลูแคน ชนิด 1,3 ดี กลูแคน (Beta 1,3 D Glucan) รักษามะเร็งผิวหนัง นักวิทยาศาสตร์ต่างๆ พากันตื่นตัว มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง หลายแห่งได้ทำการศึกษาวิจัยเพื่อความคืบหน้า เพราะมันเป็นรายงานจาก NCI (National Cancer lnstitute) คือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติของอเมริกา ซึ่งเชื่อถือได้การนำไปใช้ทางธุรกิจยังไม่เกิดมีใช้แต่กับงานวิจัย เพราะการสกัดเอาเบต้ากลูแคนออกมาในขณะนั้นยังทำได้ยากต้องใช้เครื่องมือซึ่ง มีแรงกดสูง เพื่อให้ผนัง เซลล์ยีสท์แตกราคาจึงแพงมากเกินไป ประกอบกับชนิดของมะเร็งที่รักษาก็คิดว่ายังเป็นเพียงมะเร็งผิวหนัง เท่านั้น

ในทศวรรษ 1980 (พ.ศ. 2523) เป็นต้นมา มีงานวิจัยสำคัญที่ควรนำมากล่าวถึงซึ่งสร้างประกาย แห่งความมหัศจรรย์ทางเภสัชวิทยาให้กับเบต้ากลูแคนคือ

การศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาด Harvard University นำโดย ดร.จอยซ์ ซอพ (Joyce K Czop Ph.D) และคณะได้รับรายงานถึงการค้นพบตำแหน่งบนผิวของเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดโลหิตขาว ขนาดใหญ่ Macrophage ซึ่งจะจับกับเบต้า กลูแคน ได้อย่างแม่นยำ และเฉพาะเจาะจงเปรียบเหมือนลูกกุญแจเข้าได้ อย่างพอดี พอดีกับแม่กุญแจ ของมันเท่านั้น (Lock and key Model) ตำแหน่งดังกล่าวเป็นกลุ่มของโมเลกุลโปรตีนที่สร้างพื้นที่บนผิวของเมล็ด โลหิตขาวขนาดใหญ่ ชื่อแมคโครเฟจ Machophage พื้นที่ดังกล่าวมีรูปร่างขนาด 1-2 ไมครอน โดยมีความเหมาะสม พอดิบพอดี กับเบต้ากลูแคนเท่านั้น ซึ่งเรียกว่า “ตัวรับที่เฉพาะ” (Specific Receptor) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ Dentin-1 (เดนตินหนึ่ง)

ความน่าทึ่งของระบบภูมิต้านทานของร่างกายก็เพราะตัวรับที่เฉพาะเจาะจงนี้ (Recepotor) ไม่ได้ เกิดขึ้นตอนชีวิตเติบโตแล้ว เพราะมันมีขึ้นตั้งแต่เกิดคือ เมื่อไขกระดูกได้เริ่มสร้างเม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ชนิดแมคโครเฟจ และอยู่บนโครงสร้างของเซลล์นี้ไปจนวาระสุดท้ายของชีวิต มันมีรูปร่างแบบเฉพาะเจาะจง (Specific Receptor) นับตั้งแต่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาทีเดียวเพื่อให้รอรับแป้งบางชนิด (เบต้ากลูแคน) จากอาหารมาสร้างภูมิต้านทานเมื่อถึงคราวที่มนุษย์ต้องเผชิญหน้าหรือถูกผู้ บุกรุกจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก

ธรรมชาติเป็นผู้กำหนดความสมดุลของจักรวาลที่มหัศจรรย์เหนือคำบรรยาย ให้อาวุธแบบต่างๆ กับสัตว์โลกทั้ง 1.5 ล้านตระกูลไว้เพื่อต่อสู้กับศัตรูภายนอก เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ของมันนับตั้งแต่สร้างโลกทีเดียว ชนิดที่ไม่เชื่อก็ ต้องเชื่อ

สรุปคุณสมบัติอย่างย่อ

เบต้ากลูแคน 1,3/1,6 ช่วยดูแลและป้องกัน โรคมะเร็งในผู้ป่วยให้สามารถฟื้นตัวเร็วในการรักษาทางเลือก เช่น มะเร็งที่คอ มะเร็งที่ลิ้น มะเร็งปอด มะเร็งที่ลำไส้ มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งในตับ มะเร็งถุงน้ำดี มะเร็งตับอ่อน มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งมดลูก มะเร็งในรังไข่ เนื้องอก เนื้องอกในต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือลูคิเมีย และมะเร็งผิวหนัง พร้อมกันนั้นยังมีคุณสมบัติ

1. ลดผลข้างเคียงที่เกิดจากยาต้านมะเร็ง

2. กระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายปรับระบบภูมิต้านทานที่ผิดปกติ บรรเทาอาการภูมิแพ้ต่างๆ เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง หอบหืด แพ้เกสรดอกไม้

3. ช่วยบรรเทาอาการผมร่วงเนื่องจากความเครียด

4. ช่วยบรรเทาอาการปวดข้อ ข้ออักเสบ

5. ช่วยบรรเทาอาการของโรคปวดตามข้อ (Rheumatism)

6. ช่วยบรรเทาอาการต่างๆ ของโรคเบาหวานช่วยลดระดับน้าตาลในเลือด เบาหวาน (Diabetes) ฟื้นฟูตับอ่อนให้เข้าสู่ภาวะปกติ

7. ช่วยบรรเทาอาการปอดอักเสบ

8. ช่วยฟื้นฟูบาดแผลภายนอกแผลอักเสบติดเชื้อเนื่องจากเบต้ากลูแคนมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคยับยั้งการลุกลามของการอักเสบ

9. ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกมีคุณสมบัติ DETOX ลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายกลับไปสู่สภาวะปกติ เนื่องจากมีคุณสมบัติเป็นไฟเบอร์ (เส้นใย)

10. เป็นอาหารของ โบรไบโอติกในลำไส้ ช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในร่างกาย

11. ช่วยลดระดับคอเรสเตอรอลในเลือด

12. ลดภาวะกรดไหลย้อนซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร

13. ช่วยปรับระดับการทางานของเซลล์ในร่างกาย

14. ต้านอนุมูลอิสระ ฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย

15. เพิ่มภูมิต้านทานช่วยรักษาโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ในด้านความสวยความงามมีการใช้ beta-glucan ในการบำรุงผิว โดยจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างผิวเซลล์, immune cell ที่บริเวณผิวหนัง และเซลล์ที่สร้างคอลลาเจน รวมถึงคุณสมบัติข่วยให้ผิวมีสุขภาพดี ต่อต้านริ้วรอย(anti-wrinkles และ anti-aging)

ประโยชน์ของ beta-glucan ทางด้าน cosmetic

คุณสมบัติในการรักษาบาดแผล (Wound healing) จากการศึกษาพบว่า beta-glucan ช่วยกระตุ้น เม็ดเลือดขาวชนิด macrophage เข้ามายังบริเวณบาดแผล เพื่อมาช่วยจับกินแบคทีเรียที่ปนเปื้อนและเศษเซลล์ที่ตายแล้ว, การสร้าง epithelial cells, การสะสมคอลลาเจน คุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ของเซลล์ (Anti-aging effect) คำว่า aged skin หมายถึงผิวหนังที่มีรอยเหี่ยวย่น หย่นคล้อย ผิวแห้ง ไม่เรียบเนียน ที่เกิดจากการสูญเสียเซลล์ผิวหนัง(dermal cell), ผิวหนังไม่มีการสร้าง matrix protein(หมายถึงโปรตีนที่ถูกสร้างจากเซลล์แล้วถูกหลั่งออกมาที่บริเวณรอยต่อ ระหว่างเซลล์) และการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติไป อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด aged skin ก็คือเกิดกระบวนการ glycation หรือ oxidation ที่ matrix protein ทำให้โปรตีนผิดปกติไป และเกิดการจับตัวกันของโปรตีน (cross-linking) beta-glucan มีคุณสมบัติต่อต้านการเกิด oxidation (antioxidant activity) และต่อต้านการเกิดริ้วรอย (anti-wrinkle activity) ซึ่งริ้วรอยเกิดจากการสูญเสีย matrix protein โดยเฉพาะอย่างยิ่ง collagen (เนื่องจากส่วนประกอบ 70-80% ของผิวหนังคือคอลลาเจน) มีการศึกษาพบว่า beta-glucan มีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังและคอลลาเจน คุณสมบัติให้ความชุ่มชื่น (Moisturizing effect) สารที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว(moisturizers) ที่นิยมใช้ในเครื่องสำอางได้แก่ pantothenic acid และ hyaluronic acid เมื่อผิวมีความชุ่มชื่นก็จะช่วยลดการเกิดริ้วรอย ทำให้ผิวเนียนนุ่ม และสาร beta-glucan ก็มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื่น ลดการแห้งกร้านของผิวหนัง ลดอาการคันที่เกิดจากการติดเชื้อที่ผิวหนัง คุณสมบัติป้องกันรังสียูวี (Anti-UV light effect) รังสียูวีก่อให้เกิดความเสียหายของ DNA ,กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบ(inflammation) และทิ้งร่องรอยความเสียหายไว้ที่ผิวหนัง และจะร้ายไปกว่านั้นก็จะทำให้เกิดมะเร็งได้ทีเดียว ในกระบวนการอักเสบที่เกิดจากการกระตุ้นของรังสียูวี ร่างกายจะสร้างสารเคมีหรือเอนไซม์ออกมา เช่น prostaglandin, leukotriene และ cytokine ต่างๆ ซึ่งจะทำความเสียหายต่อเซลล์ กระบวนการป้องกันอันตรายนี้ก็คือ สาร antioxidant ที่จะช่วยยับยั้งการสร้างสารเคมีและเอนไซม์ดังกล่าว

Beta-glucan สามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังผ่่านช่องว่างระหว่างเซลล์(intercellular space) สาร beta-glucan ที่จะนำมาใช้ต้องผ่านกระบวนการสกัด ซึ่งมีหลายวิธี แต่ละวิธีจะได้ beta-glucan ที่มีโครงสร้างแตกต่างกัน โดยที่นำมาใช้จริงในเครื่องสำอาง เช่น beta-glucan ที่สกัดจากข้าวโอ๊ต และต่อไปคงจะมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางตัวใหม่ๆที่ผสมสารสกัด beta-glucan

Reference : Du Bin, Bian Z, and Xu B. Skin Health Promotion Effects of Natural Beta-Glucan Derived from Cereals and Microorganisms: A Review.

สรุปคุณสมบัติเบต้า 1,3/1,6 กลูแคน บทคัดย่อจากหนังสือ Beta glucan The World’s most powerful Immune Booster know to man

 

การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ครั้งสำคัญ ซึ่งให้ประโยชน์อย่างใหญ่หลวงต่อคุณภาพชีวิตของมนุษย์คือการสกัดสารจาก ธรรมชาติ เป็นแป้งชนิดหนึ่งจากผนังเซลล์ของยีสต์มีชื่อว่าเบต้ากลูแคน(Beta Glucan) ซึ่งมีคุณสมบัติมหัศจรรย์ คือเพิ่มภูมิต้านทานให้กับร่างกายของคนหรือสัตว์ช่วยรักษาโรคภูมิคุ้มกัน บกพร่อง (AIDS-โรคเอดส์) โรคมะเร็ง โรคติดเชื้อทุกชนิด (เช่นไวรัส ไข้หวัดใหญ่ แผลอักเสบเรื้อรัง แผลผ่าตัดติดเชื้อ โรคเชื้อรา ฯลฯ ไขมัน คอเรสเตอรอลสูง เบาหวาน และโรคแห่งความเสื่อมต่างๆ (Chronic degenerative disease) โดยถือว่าเป็นสารที่ธรรมชาติให้มนุษย์ชาติเพื่อเอาไว้ต่อสู้กับ โรคที่เกิดจากภูมิต้านทานบกพร่องทั้งหลาย (หน้า133)

เบต้า กลูแคนและวิธีต่อสู้กับมะเร็ง

Dr.Veticka จากมหาวิทยาลัย Louisville อธิบายว่า เบต้า กลูแคน จะไปกระตุ้นเม็ดเลือดโลหิตขาวขนาดใหญ่ชื่อ แมคโครเฟจ (Macrophage) แลละเซลล์เพชฌฆาต (Natural Killer Cell) ให้ออกมาทำงาน โดยเม็ดโลหิตขาวขนาดใหญ่จะทำหน้าที่เป็นด่านแรกของระบบภูมิต้านทาน (First line of defense) คอยปกป้องร่างกาย ของเราจากเซลล์ผู้รุกรานรวมทั้งเซลล์มะเร็ง สำหรับเซลล์เพชฌฆาตหรือเอนเคเซลล์จะเป็นกลุ่มที่ทำหน้าที่เฉพาะอย่างกระหาย เลือด (Blood Thirsty) คือ คอยสอดส่องเพื่อฆ่าเซลล์มะเร็ง (และไวรัส) การทำงานของเซลล์ภูมิต้านทานทั้งสองชนิดนี้เกิดขึ้นตลอดวันและตลอดคืนไม่ได้ พักผ่อนย่อมมีความเหนื่อยล้าและต้องการความช่วยเหลือ (หน้า 141)

 

เบต้ากลูแคนกระตุ้นไขกระดูกให้สร้างเม็ดโลหิตขาวเพิ่มขึ้น

เบต้ากลูแคนจะกระตุ้นเซลล์ต้นกำเนิดของเซลล์ภูมิต้านทานให้ผลิตเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็ว เข้าในกระแสเลือดและน้ำเหลือง ทำให้มีเซลล์ที่ออกมาปราบเซลล์มะเร็งมากขึ้นอย่างพอเพียง เพราะเซลล์มะเร็งแบ่งตัวเร็วกว่าเซลล์ปกติกว่า 100 เท่า แซงหน้าเซลล์ดีๆ ของร่างกายทำให้มะเร็งลุกลามไปทั่ว

ในบางตำรากล่าวว่าการที่ไขกระดูกผลิต เม็ดโลหิตขาวได้มากขึ้นก็เพราะแมคโครเฟจที่ถูกเบต้ากลูแคนกระตุ้น จนรู้จักกินเซลล์มะเร็งเกิดเศษมะเร็งเป็น Antigen ติดตามผิวแมคโครเฟจ ทำให้เซลล์ (T Cell) เห็นและผลิตสารคัดหลั่งออกมากระตุ้นไขกระดูกให้ สร้างเม็ดเลือดขาวออกมาช่วยมากๆ

แต่จะอธิบายด้วยทฤษฏีใดก็ตามเบต้ากลูแคนจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการ เพิ่มปริมาณตำรวจ ทหาร (เม็ดเลือดขาว) ให้กับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อต่อสู้กับผู้บุกรุกทุกกรณี (หน้า 145-147) เบต้ากลูแคน กระตุ้นให้ภูมิต้านทานตอบโรคติดเชื้อ

ดร.โจนาธาน ริช (johathan Reichner) หัวหน้าคณะวิจัย อธิบายว่า เบต้ากลูแคนจะเข้าไปจับพื้นผิว เยื่อหุ้มเซลล์เม็ดโลหิตขาวชื่อนิวโตรฟิล (Neutrophil) ซึ่งมีชุดรองรับสำหรับ เบต้ากลูแคน อย่างเฉพาะเจาะจงชื่อว่า CR3 (Complement Receptor3) นิวโทรฟิลเป็นเม็ดเลือดขาวที่มีอยู่ประมาณ 65% ของเม็ดเลือดขาวทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดในร่างกาย หมายความว่าสามารถฆ่าเชื้อโรคผู้แปลกปลอมได้มากที่สุด ถ้านิวโตรฟิลเข้าร่วมด้วย จะเป็นผลให้ร่างกายสามารถเยียวยารักษา โรคติดเชื้อต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น (หน้าที่ 161)

เบต้ากลูแคน รักษาแผลติดเชื้อ

เม็ดเลือดขาวชนิดแมคโครเฟจ (Macrophage) มีบทบาทสาคัญที่รู้จักในวงการแพทย์อีกเรื่องหนึ่ง คือรักษาแผลที่เกิดจากศัลยกรรมหรือแผลอุบัติเหตุและเบต้ากลูแคนคือผู้ กระตุ้นการทำงานของแมคโครเฟจอีกทอดหนึ่ง (บางตำราอธิบายว่า เพราะเบต้ากลูแคนเป็นเหมือนอาหารทิพย์ที่ให้พลังกับ แมคโครเฟจออกมาทำงาน)

ดั้งนั้นเบต้ากลูแคน(ทั้งกินและทา)ทำให้บาดแผลดีขึ้นติดเชื้อน้อยลงแผล ติดเร็วและแผลเป็น(Scar)แข็งแรง ไม่แตกหรือปริง่าย เนื่องจากแมคโครเฟจที่แข็งแรงจะผลิตสารคัดหลั่งที่มีคุณสมบัติเป็น ปัจจัยเจริญเติบโต (Growth factor) ของเนื้อเยื้อกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนทำให้แผลติดเร็ว (หน้า 169)

เบต้ากลุแคนลดไขมัน คอเลสเตอรอลได้อย่างไร

หลายทฤษฎีที่อธิบายว่าเบต้ากลูแคนใช้ลดไขมันคอเลสเตอรอลได้แต่เหตุผลที่ น่าเป็นไปได้ที่มากที่สุด คือ เบต้ากลูแคนขัดขวางการดูดซึมไขมันในลำไส้ และอีกทฤษฎีที่น่ารับฟังคือไประงับการทำงานของ เอนไซม์ในตับไม่ให้ผลิตคอเลสเตอรอล (หน้า185)

เบต้ากลูแคนควบคุมโรคเบาหวาน

มีงานวิจัยเกี่ยวกับ เบต้ากลูแคน กับโรคเบาหวาน ซึ่งดำเนินการ อย่างได้มาตรฐานเชื่อถือได้เป็นรายงานออกมาล่าสุด (ของหนังสือ) จากมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลีย คือ Australian National University ร่วมกับ Latrobe University of Canberra, Australiaโดยมีทีมวิจัย

การทำงานของเบต้ากลูแคนในผิวหนัง

เบต้ากลูแคนจะกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวขนาดใหญ่ชื่อ Langer hans เป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันสำหรับผิวหนังและ ให้ออกมากินสิ่งแปลกปลอมรวมทั้งป้องกันการติดเชื้อ ให้ผลิตสารคัดหลั่งที่มีประโยชน์ต่อผิวหนังเช่นชะรอความแก่อีกด้วย นักวิทยาศาสตร์บางท่านอ้างว่า เบต้ากลูแคน สามารถจับเซลล์สร้างเนื้อเยื่อของผิวหนัง (Fibroblast) มันจับเซลล์ ภูมิต้านทานอื่นๆ คือ เกาะกันได้พอดีอย่างเฉพาะเจาะจง กระตุ้นให้เซลล์สร้างเนื้อเยื่อตื่นตัวผลิตสาระสาคัญ 3 ชนิด ที่เป็นประโยชน์กับผิวหนังสวย คือ

–  คลอลาเจน (Collagena)                –  อิลาสติน (Elastin)                –  กรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic acid)

ซึ่งทำให้ผิวหนังยืดหยุ่นลดริ้วรอยทั้ง คอยป้องกันที่จะเกิดใหม่ผิวดูมีน้ำมีนวล ชุ่มชื้น และที่สำคัญ ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงคงรูปไม่อ่อนเหลวตึงน่าจับต้อง (หน้า 209) ประโยชน์ของ เบต้ากลูแคน ในเรื่องผิว

รักษาหนังอักเสบ (Anti-lnflammation) โดยคุณสมบัติเพิ่มภูมิต้านต้านให้เข็มแข็งรักษาแผลทุกชนิดรวมทั้งแผลจาก ศัลยกรรม (Woundhealing support) รักษาผิวแห้ง (Dry skin care) โดย สรรพคุณของเส้นใยที่นำมาทาให้ผิวชุ่มชื้น ทดแทนการฉีด โบท๊อกซ์ (Alternative to Botox) และอาจดีกว่า เพราะไม่ต้องบาดเจ็บและไม่มีความเสี่ยงของยาฉีด เพราะโบท็อกซ์ ผลิตจากสารพิษของเชื้อแบคทีเรียซึ่งอาจออกฤทธิ์มากเกินต้องการได้ (หน้า 211)

เบต้ากลูแคนกระตุ้นการทำงานของ เซลล์ Fibroblast

เซลล์สร้างเส้นใยชื่อ Fibroblast ที่อยู่ในข้อกระดูกตรงบริเวณเยื่อหุ้มข้อ (Synovial membrane) เป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่ผลิตสารไฮยาลูโรแนน (Hya-luronan หรือ Hyaluronic acid) เพื่อเป็นองค์ประกอบน้ำในไขข้อ (Syno-vial fluid) เซลล์สร้างเส้นใยนี้จึงมีชื่อว่า Synovial fibroblast เบต้ากลูแคนมีผลต่อการกระตุ้นให้เซลล์เม็ดโลหิตขาวขนาดใหญ่ (แมคโครเฟจ) ทำงานและผลิตปัจจัยแห่งการเติบโต (Growth factor) ซึ่งไปกระตุ้นให้เซลล์สร้างเส้นใย (Fibroblast) ทำงานผลิตคอลลาเจน (Collagen) อิลาสติน (Elastin) และสารไฮยาลูโรนิก ( Hyaluronic acid) ออกมา

ข้อแนะนำพื้นฐาน ในการนำเสนอข้อมูลและแนะนำผลิตภัณฑ์ สิ่งที่มหัศจรรย์ที่สุดในการดูแลรักษาสุขภาพมนุษย์คือร่างกายมนุษย์เอง เช่นระบบภูมิคุ้มกัน หากระบบ ภูมิคุ้มกันมีความแข็งแรงอย่างแท้จริงก็จะ ทำให้ร่างกายสามารถป้องกันผู้รุกรานจากภายนอกเชื้อโรคต่างๆ เช่น ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ปรสิต เป็นต้นหรือแม้แต่เซลล์ของร่างกายที่ผิดปกติ กลายพันธุ์เป็นเซลล์แปลกปลอมจนถึงกลายเป็นเซลล์มะเร็ง ซึ่งหากระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง ก็จะตามค้นหาและทำลายได้ด้วยตัวเองในที่สุด กลไกการทำงานของ Marvel Betaglucan Plus ไม่เหมือนกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วไปที่มุ่งเน้นให้สารอาหารหรือบำรุงร่าง กาย หากแต่มีความสามารถพิเศษในการกระตุ้นจำเพาะโดยตรงกับเม็ดเลือดขาวที่ชื่อ แมคโครฟาจ (Macrophage) และสามารถกระตุ้นอย่างเจาะจงไปยังตัวรับ (Receptor) ที่มีความสำคัญในการทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวแมคโครฟาจเริ่มต้นกลไกการทำงาน ของระบบภูมิคุ้มกัน ดังนั้นงานวิชาการ ในต่างประเทศจึงนิยามกลไกการทำงานของเบต้า 1,3/1,6 กลูแคน ว่าเป็น “อาหารที่มีหน้าที่จำเพาะ หรือ “Functional Food” จากงานวิจัยของหลายสถาบันชั้นนำของโลก ให้การยืนยันว่า เบต้า 1,3/1,6 กลูแคน ช่วยส่งเสริมกลไกที่สำคัญของร่างกายโดยให้คำจำกัดความไว้ 3 ประการคือ

–   Immunotherapy ภูมิคุ้มกันบำบัด

–   Biological Respon Modifier (BRM) ตัวเร่งปฏิกิริยาชีวภาพ

–   Immunomodurators สารปรับปรุงภูมิคุ้มกัน ระบบการทำงานของร่างกายมนุษย์แต่ละคนอาจเหมือนกัน แต่ด้วยเงื่อนไขสุขภาพพื้นฐานร่างกายแต่ละคน ไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้การยืนยันระยะเวลาที่เห็นผลการใช้งานจะเท่า กัน แต่ทุกคนจะได้รับผล การใช้ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน ผู้ที่เริ่มบริโภค เบต้า 1,3/1,6 กลูแคน ในช่วงเริ่มต้น บางท่านอาจมีอาการปรับตัวบ้างเช่น มีอาการรุมไข้ มีอาการเหมือนท้องเสีย ถ่ายท้อง มีอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลียต้องการหลับพักผ่อนมากกว่าปกติ อาการเหมือนท้องผูก อาการคอแห้ง อาการนอนไม่หลับซึ่งจากการติดตามผลผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ทั้งในและต่างประเทศ จากกลุ่มเป้าหมายกว่า 10,000 คน พบว่า อาการดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผลจากการกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาทำ งานอย่างมีประสิทธิภาพหรือในบางรายพบว่าเป็นการปรับตัวของระบบพื้นฐาน เช่น ระบบการไหลเวียนโลหิต ระบบฮอร์โมน ระบบการผลิตเม็ดเลือด เป็นต้น ดังนั้นผู้บริโภคมิควรตกใจหรือหยุดบริโภค หากแต่ควรดื่มน้ำในปริมาณที่มากขึ้น(เฉพาะผู้ที่มีปัญหาที่เกี่ยวกับไตเท่า นั้นซึ่งกลุ่มผู้ที่มีปัญหากับไตควรเชื่อฟังและปฏิบัติตนตามที่แพทย์สั่งใน เรื่องปริมาณการดื่มน้ำอย่างเคร่งครัด) ในการรับประทาน เบต้า 1,3/1,6 กลูแคนสามารถใช้ร่วมกันกับการรักษาของแพทย์ได้ ดังนั้นมิควรหยุดยาแพทย์ใดๆทั้งสิ้น เพราะยาของแพทย์จะช่วยทำการยับยั้งอาการบางชนิดที่อาจมีผลต่อร่างกกาย เช่น อาการเจ็บปวดต่าง ซึ่งเมื่อมีการใช้เบต้า 1,3/1,6 กลูแคน อย่างต่อเนื่อง แพทย์ที่ทำการตรวจรักษาสุขภาพของท่านจะเป็นผู้พิจารณาการหยุดยาของแพทย์เอง (ห้ามทำการหยุดยาแพทย์ด้วยตนเองเป็นเด็ดขาด) เนื่องด้วยระบบการทำงานพื้นฐานของร่างกาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการขับสารพิษหรือสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากร่างกาย ไม่ว่าจะขับกากอาหารผ่านทางอุจาระหรือการขับสารพิษออกทางปัสสาวะและเหงื่อ

ดังนั้นจึงเป็นข้อแนะนำ ที่จำเป็นอย่างมากในการต้องให้ผู้บริโภคเบต้า 1,3/1,6 กลูแคน ควรบริโภคน้ำให้มากขึ้น เนื่องด้วยเบต้า 1,3/1,6 กลูแคน มิใช่ยาและที่สำคัญตัวสาระสำคัญ เบต้า 1,3/1,6 กลูแคนนั้นมีผล 3 ประการข้างต้น คือ    –   ส่งเสริมให้เกิดภูมิคุ้มกันบำบัด    –   เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชีวภาพ    –   เป็นสารปรับปรุงภูมิคุ้มกัน ขบวนการดังกล่าวเป็นกระบวนการส่งเสริม ให้ระบบพื้นฐานของร่างกายของมนุษย์ กลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมปรับปรุงการทำงานที่ผิดพลาดให้กลับมาทำงานอย่างเป็นปกติ ดังนั้นจึงไม่มีมีข้อจำกัดของภาวะหรืออาการป่วยประเภทใดที่ห้ามรับประทาน (ยกเว้นแต่ผู้ป่วยที่เกี่ยวกับภาวะไตที่มีปัญหา และแพทย์ให้ดูแลปริมาณการรับประทานน้ำอย่างเคร่งครัดจำเป็นต้องปฏิบัติตาม แนวทางที่แพทย์สั่ง)

คำถามที่พบบ่อย

คำถาม เบต้ากลูแคนคืออะไร

คำตอบ เบต้ากลูแคน คือสารประกอบประเภทนน้ำตาลหลายโมเลกุลชนิดหนึ่ง เป็นใยอาหารที่ช่วยในระบบการย่อยอาหาร และระบบขับถ่าย เบต้ากลูแคน ประกอบขึ้นจากน้าตาลกลูโคส ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว กลูแคนหรือน้ำตาลกลูโคสนั้นแบ่งออกเป็น อัลฟากลูแคน และเบต้ากลูแคน ผลิตภัณฑ์ Marvel นั้นเป็นสารประเภทเบต้าที่มีโครงสร้างชนิดเบต้า 1,3/1,6 กลูแคน กลูโคส คือน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่มีขนาดเล็กที่สุด ร่างกายสามารถเปลี่ยนรูปเป็นพลังงานออกมาใช้ได้ทันที ซูโครสคือน้ำตาลโมเลกุลคู่ เป็นน้ำตาลที่ใช้ในการประกอบอาหารโดยทั่วไปน้ำตาลหลายโมเลกุล ประกอบขึ้นจากน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ตั้งแต่ 10 โมเลกุลขึ้นไป พบในกลูแคน เพกติน หรือเดกซ์-ตริน (สารประกอบคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง) เป็นต้น

คำถาม เบต้ากลูแคน พบได้จากที่ใด

คำตอบ เบต้ากลูแคน พบได้ในพืชบางชนิดเช่น เห็ด ผักสมุนไพรต่างๆ (โสม ชะเอมเทศ ฯลฯ) ยีสต์ และราเส้นใย เป็นต้น สำหรับ ผลิตภัณฑ์ Marvel เบต้ากลูแคนที่ได้ ได้จากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae

คำถาม เบต้ากลูแคนจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae และเบต้ากลูแคนที่พบในเห็ด ต่างกันหรือไม่ อย่างไร

คำตอบ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae และเบต้ากลูแคนที่พบในเห็ดเป็นโครงสร้าง 1,3/1,6 กลูแคนเหมือนกันส่วนความแตกต่าง คือ เห็ดเป็นสมุนไพรที่มีสารอาหารและคุณประโยชน์มากมายหลายชนิดและหนึ่งในสาร เหล่านั้นคือ เบต้ากลูแคน จริงอยู่ที่ผู้บริโภครับประทานเห็ดแล้วจะได้รับสารเบต้ากลูแคน แต่จะได้รับในปริมาณ ที่น้อยกว่าการรับประทานเบต้ากลูแคนจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae และในบางรายอาจเกิดอาการแพ้สารบางชนิดในเห็ด ที่รับประทานเข้าไป ดั้งนั้นผู้ที่รับประทานเบต้ากลูแคนที่สกัดจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ร่างกายจะได้รับเฉพาะสารเบต้ากลูแคนบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% และปราศจากผลข้างเคียงต่อร่างกาย

คำถาม ใครบ้างที่ควรบริโภคเบต้ากลูแคน

คำตอบ “เบต้ากลูแคนจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae” ของ Puritan ‘s Pride เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ “ไม่ใช่ยารักษาโรค” ดังนั้นไม่ว่าใครก็สามารถรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีอาการของโรคภูมิแพ้ ผู้ป่วยภาวะติดเชื้อ ผู้เข้ารับการบำบัดรักษามะเร็งด้วยวิธีผ่าตัด ยาเคมี ฉายรังสี ผู้ที่เสี่ยงภาวะโรคหัวใจ ช่วยสมานรอยบาดแผล ลดการอักเสบ ชะลอริ้วรอยก่อนวัยจากการสัมผัส มลภาวะ รังสียูวี สารพิษที่ปนเปื้อนในอาหาร นอกจากนี้ยังสามารถนำมาใช้กับสัตว์ ช่วยให้สัตว์ ฟื้นจากอาการป่วยได้อย่างรวดเร็ว

คำถาม ควรบริโภคเบต้ากลูแคนในปริมาณเท่าไรและเวลาไหนที่เหมาะกับการบริโภคเบต้ากลูแคน

คำตอบ ใน 1 วันควรรับประทานเบต้ากลูแคนอย่างน้อย 500-1,000 mg. ตามปกติเราสามารถรับประทานได้ทุกช่วงเวลา แต่เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงานของเบต้ากลูแคน ช่วงเวลาที่เหมาะสมควรรับประทาน ในเวลาท้องว่างจึงจะได้ผลดีที่สุด อาจเป็นเวลาเช้าหรือก่อนนอน สาเหตุเนื่องมาจาก เวลาเช้าหลังจาก ตื่นนอนเป็นช่วงเวลาที่กระเพาะอาหารและระบบลำไส้ไม่ต้องทำงานหนักในการย่อย อาหาร เบต้ากลูแคนถูกดูดซึมที่บริเวณเยื่อบุลำไส้เล็ก ซึ่งเป็นการกระตุ้นระบบภูมิต้านทานโรคได้ดีก่อนเวลาเข้านอน ขณะที่ร่างกายนอนหลับพักผ่อน ระบบเซลล์ต่างๆรวมถึงภูมิต้านทานในร่างกายจะทำงานอย่างเต็มที่ เบต้ากลูแคน จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของภูมิต้านทานในการต่อสู้เชื้อโรค สิ่งแปลกปลอมและซ่อมแซม ส่วนต่างๆ ของร่างกายให้แข็งแรงอีกทั้งยังช่วยป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระที่มาจากการทำ งานหนักมากเกินไปของเซลล์ร่างกาย

คำถาม รับประทานเบต้ากลูแคนแล้วก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรือไม่

คำตอบ เบต้ากลูแคนสกัดจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae ได้มาจากธรรมชาติและไม่ใช่ยารักษาโรคจึงไม่ก่อให้เกิดอาการข้างเคียงแต่ อย่างใด

คำถาม สามารถรับประทานเบต้ากลูแคนควบคู่กับยาที่ใช้อยู่เป็นประจำได้หรือไม่

คำตอบ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae เป็นสารประกอบจำพวกใยอาหาร จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ สามารถรับประทานร่วมกับยาได้เช่นเดียวกับอาหารประเภทอื่นๆ แต่เพื่อความมั่นใจแนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์

คำถาม เด็กทารกสามารถรับประทาน (เบต้ากลูแคนจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae) ได้หรือไม่

คำตอบ เบต้ากลูแคนเป็นน้ำตาลหลายโมเลกุลที่มีคุณค่าทางโภชนาการ คุณสมบัติเป็นใยอาหาร จึงไม่ก่อให้เกิดผลอันตรายต่อเด็ก โดยเฉพาะในเด็ก ที่หย่านมแล้ว (การให้เบต้ากลูแคนในเด็กทารกสามารถทำได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของพ่อแม่)

คำถาม การรับประทาน เบต้ากลูแคน พร้อมกับการดื่มนมจะมีผลอย่างไร

คำตอบ ส่วนประกอบหลักของนมเป็นสารจาพวกโปรตีน เมื่อดื่มนมนมจะไปเคลือบบริเวณผนังกระเพาะอาหารและลำไส้ซึ่งขัดขวางการดูด ซึมของBeta Glucan  ผ่านเข้าสู่ผนังลำไส้ หากต้องการดื่มนม ควรเว้นช่วงระยะเวลาห่างจากการรับประทาน Beta glucan  ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

คำถาม หญิงตั้งครรภ์สามารถรับประทานเบต้ากลูแคนได้หรือไม่

คำตอบ เบต้ากลูแคนจากยีสต์ Saccharomyces cerevisiae เป็นสารประกอบน้ำตาลหลายโมเลกุล มีคุณค่าทางโภชนาการจึงเชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ แต่ในทางการแพทย์ย่อมต้องให้แพทย์วินิจฉัยถึงการรับประทานด้วยว่ามีผลต่อ สภาพร่างกายในขณะนั้นหรือไม่เป็นลักษณะ Case by Case

คำถาม ทำไมข้างบรรจุภัณฑ์จึงห้ามเด็ก และสตรีมีครรภ์รับประทาน

คำตอบ เนื่องด้วยจริยธรรมและจรรยาบรรณทางการแพทย์ ห้ามให้มีการทดลองตัวยาบางชนิดและอาหารเสริมสมุนไพร เครื่องดื่มบางชนิดที่มีผลต่อสุขภาพทั้งด้านบวกและด้านลบกับกลุ่มเด็กและ สตรีมีครรภ์ ดังนั้นกฎหมายจึงกำหนดข้อบังคับให้มีการติดข้างบรรจุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทุก ชนิด

คำถาม ทำไมบางครั้งรับประทานแล้วจึงเกิดอาการเหมือนท้องเสียหรือถ่ายท้อง

คำตอบ อาการดังกล่าวอาจเหมือนท้องเสียหรือถ่ายท้อง แต่ในความเป็นจริงมิได้เกิดจากท้องเสีย เป็นเพราะคุณสมบัติที่สำคัญของ เบต้ากลูแคน อยู่ในรูปแบบของเส้นใย จึงทำให้กระบวนการขับล้าง ของเสียที่ตกค้างทั้งลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ หากเกิดอาการดังกล่าวถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี ผู้รับประทานจึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้น

คำถาม ทำไมบางครั้งรับประทานแล้วเกิดความรู้สึกเหมือนขับถ่ายยาก อุจจาระแข็ง

คำตอบ ตามเหตุข้างต้นเส้นใยของเบต้ากลูแคน เริ่มกระบวนการจับตัวกับกากของเสียที่ตกค้างในระบบย่อยและขับถ่าย แต่ผู้ที่มีอาการดังกล่าวส่วนใหญ่พบว่า บริโภคน้ำน้อยเกินไป จึงควรบริโภคน้ำให้มากขึ้น โดยให้ดื่มครั้งละน้อยๆ แต่ให้ดื่มบ่อย และให้สังเกตุจากปัสสาวะตนเอง หากปัสสาวะยังมีสีเหลืองอ่อนจนถึง สีเหลืองเข้ม เป็นสัญญาณบอกเหตุว่าปริมาณน้ำได้รับน้อยจนเกินไป ปัสสาวะที่เหมาะสมควรใสไม่มีสี

คำถาม ทำไมบางครั้งรับประทานแล้วรู้สึกเหมือนมีไข้อ่อน

คำตอบ เนื่องด้วยเบต้า 1,3/1,6 กลูแคน มีผลกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้อาจมีอาการรุ่มไข้อ่อนๆ ถึงปานกลาง ซึ่งถือว่าเป็นอาการปรกติของการที่ภูมิคุ้มกันเริ่มทำงานมากขึ้น เหมือนผู้ที่ได้รับ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ ดังนั้น ผู้รับประทานมิควรกังวลและหยุดรับประทานในทันที

คำถาม ทำไมบางครั้งรับประทานแล้วรู้สึกมึนหรือปวดหัว

คำตอบ เนื่องด้วยหนึ่งในกลไกของเบต้า 1,3/1,6 กลูแคน ที่มีองค์ประกอบเป็นเส้นใย จะทำให้เกิดกระบวนการจับโลหะหนักและสารพิษบางชนิดในร่างกาย ซึ่งสารที่ดักจับนั้น จำเป็นต้องได้รับการขับออกจากร่างกายผ่านทางเหงื่อ ปัสสาวะหรือผ่านทางของเหลวต่างๆ ซึ่งการที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดอาการมึนศีรษะ ส่วนใหญ่เกิดจากการขับของเสียออกจากร่างกายไม่สะดวกเพราะดื่มน้ำน้อยเกินไป ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรดื่มน้ำให้มากขึ้น (ตามข้อแนะนำในการรับประทาน)

คำถาม ทำไมบางครั้งรับประทานแล้วรู้สึกเหมือนอ่อนเพลียมาก

หลับแล้วรู้สึกไม่ค่อยอยากตื่น บางครั้งหลับมากกว่า 8-10 ชั่วโมง แต่เมื่อตื่นขึ้นมายังรู้สึกอ่อนเพลียอยู่อีก คำตอบ เนื่องด้วยระบบในร่างกายคนถึงแม้จะทำงานบนพื้นฐานเดียวกัน แต่ปัจจัยพื้นฐานของสุขภาพไม่เหมือนกัน ผู้ที่ประสบปัญหาดังกล่าวจากการติดตามผลการใช้ส่วนใหญ่ พบว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าว พฤติกรรมการใช้ชีวิตเป็นผู้ทำงานหนักใช้ร่างกายมากและพักผ่อนน้อย ซึ่งลักษณะดังกล่าวจะเกิดอยู่ สักระยะประมาณ 5-7 วัน ขึ้นอยู่กับพื้นฐานสุขภาพอาการเหล่านั้นจะหายไปเป็นปรกติ

คำถาม ทำไมสรรพคุณของ เบต้ากลูแคน ครอบจักรวาลเหมือนยาผีบอก รักษาได้ทุกโรค

คำตอบ เป็นคำถามที่เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก เบต้า1,3/1,6 กลูแคน มิใช่ยา ไม่มีฤทธิ์ ทางยาทั้งสิ้น และที่สาคัญไม่เคยรักษาโรคให้ใครแม้แต่ท่านเดียว หากเบต้า 1,3/1,6 กลูแคน เป็นสารอาหารที่มีหน้าที่จำเพาะในการกระตุ้นระบบพื้นฐานที่สำคัญของมนุษย์ คือระบบภูมิคุ้มกัน และเมื่อภูมิคุ้มกันมีความแข็งแรงสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอย่าง รวดเร็ว จะส่งผลให้ร่างกายสามารถรักษาตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ

คำถาม เมื่อรับประทานเบต้ากลูแคนและร่างกายดีขึ้นแล้ว สามารถหยุดรับประทานได้หรือไม่

คำตอบ คือได้ เมื่อท่านรู้สึกว่าร่างกายของท่านดีขึ้นแล้ว มิได้เป็นโรคใดๆ และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคต่างๆ อีกแล้ว ท่านสามารถหยุดรับประทานได้