CO Q-10 100 mg / 120 Softgels ( Puritan’s Pride )

CO Q-10 100 mg / 120 Softgels ( Puritan’s Pride )

ราคา 790 – 

Antioxidant ที่ช่วยลดริ้วรอย ชลอความแก่ให้ดูอ่อนเยาว์ ถูกนำไปใช้ในส่วนผสมเครื่องสำอาค์มากที่สุด โดยสรรพคุณที่นอกเหนือจากที่เน้นเรื่องการซ่อมแซมเซลล์ต่างๆของร่างกายแล้ว ยังมีคุณสมบัติด ลดอาการซึมเศร้า ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ กระตุ้นความจำ บำรุงหัวใจ ลดปัญหากลิ่นปากและบรรเทาอาการเหงือกบวม

CO Q-10 100 mg / 120 Softgels ( Puritan’s Pride )

co q 10 puritan pride…………………………………………………………………………………………..

ขนาดรับประทานครั้งละ 1 เม็ด 1-4 เวลา/ วัน พร้อมอาหาร

Directions: For adults, take one (1) to four (4) softgels daily, preferably with a meal.

…………………………………………………………………………………………..

มี งานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลของ CoQ10 ต่อการลดริ้วรอยมากมายว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง เช่นการศึกษาของ Gerson Unna พบว่าภายหลังที่กลุ่มทดลองได้รับ CoQ10 ในระยะเวลา 6 สัปดาห์ ริ้วรอยลดลงกว่า 27 % และเมื่อได้รับ CoQ10 ต่อไปเป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ริ้วรอยลดลงกว่า 43%

…………………………………………………………………………

CoQ10 คืออะไร ?

โค เอนซัยม์คิวเท็น (CoenzymeQ10) หรือที่เราเรียกสั้นๆ ว่า โคคิวเท็น (CoQ10) นั้น เป็นที่รู้จักกันในชื่ออื่นอีกหลายชื่อ เช่น ยูบิควิโนน (Ubiquinone) จัดเป็นสารจำพวกวิตามินหรือคล้ายวิตามิน ซึ่งมีในทุกเซลล์ของร่างกาย

CoQ10 ถูกค้นพบในปี ค.ศ.1957 ว่าเป็น       โคเอนซัยม์ที่จำเป็นตัวหนึ่งในร่างกาย ทำหน้าที่เป็น ตัวร่วมจุดประกาย การเกิดปฏิกิริยาเคมี ที่สำคัญในกระบวนการสร้างพลังงาน ของไมโตคอนเดรียแห่งเซลล์ของกล้ามเนื้อ

ผู้วิจัยที่นำเสนอให้เข้าใจ ในบทบาทของ CoQ10  ได้รับรางวัล Nobel ในปี ค.ศ.1978 (พ.ศ.2521)

CoQ10 สำคัญอย่างไร ?

CoQ10 ไม่ได้ให้พลังงานโดยตรงแก่ร่างกาย แต่เป็นโคเอนซัยม์ที่จำเป็น ในการจุดเริ่มปฏิกิริยาเคมี เพื่อสร้างพลังงาน จึงมีความสำคัญต่อกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ เนื่องจากหัวใจต้องทำงานตลอดเวลา ไม่ว่ายามตื่นหรือหลับ จากการศึกษากว่า 25 ปีในญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา อิตาลี และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก พบว่าผู้ป่วยด้วยโรคหัวใจล้มเหลว ที่ทำการศึกษา ล้วนมีภาวะขาด CoQ10 ที่รุนแรง ซึ่งเมื่อได้รับCoQ10ปริมาณเพียงพอ ก็สามารถฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ อย่างได้ผล7

ประมาณ 95% ของปฏิกิริยาพลังงานในร่างกาย ล้วนเกิดจากบทบาทของ CoQ10

จากกลไกบทบาทในกล้ามเนื้อเรียบ ยังใช้ช่วยอธิบายในกรณีหายใจลำบาก หายใจแล้วเหนื่อย ว่าอาจมีภาวะขาด CoQ10 ร่วมด้วย

คุณสมบัติ ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ของ CoQ10 ทำให้วงการแพทย์นำ CoQ10 มาใช้ในการร่วมรักษาโรคต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจาก ระดับสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายลดลง ได้แก่ โรคทาลัสซีเมีย และโรคเซลล์สมองเสื่อมต่างๆ เช่น โรคพาร์กินสัน เป็นต้น

CoQ10 ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ช่วยคงไว้ซึ่งผนังเซลล์ CoQ10 ยังถูกจัดให้เป็น potent antioxidant ป้องกันการเกิดริ้วรอยอีกด้วย

มี หลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่า Q10 ช่วยให้กล้ามเนื้อหัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น ถ้าหากขาด Q10 กล้ามเนื้อหัวใจจะอ่อนแรงลงและทำงานได้ไม่ดี ทำให้มีการใช้ Q10 เกี่ยวกับการช่วยบำรุงหัวใจอย่างกว้างขวาง และในญี่ปุ่น 10%ของคนญี่ปุ่นมีการรับประทาน Q10 เป็นประจำ

CO Q-10 100 mg / 120 Softgels ( Puritan’s Pride )ประโยชน์ของ Q10

1.โรคหัวใจและหลอดเลือด

ผู้ ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับปริมาณ คลอเลสเตอรอล ในเลือดสูงเกินไป จนทำให้ไปอุดตามหลอดเลือดต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้หัวใจทำงานผิดปกติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงไม่พอ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วน ซึ่ง Q10 ช่วยแก้ปัญหาได้โดยไปยับยั้งไม่ให้ คลอเลสเตอรอล จับเป็นก้อนอุดตันเส้นเลือด

ใช้รักษา โรคหัวใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจล้มเหลวเนื่องจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ (congestive heart failure) ทั้งนี้ผู้ป่วย โรคหัวใจ ดังกล่าวจะมีแน้วโน้มที่จะสัมพันธ์กับการขาด Q10 ดังนั้นเมื่อผู้ป่วย โรคหัวใจ ได้รับ Q10 จึงทำให้หัวใจทำงานได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งด้วยคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระคล้ายกับวิตามินอี Q10 จะทำหน้าที่ช่วยยับยั้งอุดตันของเส้นเลือดของ คลอเลสเตอรอล

เคยมีการ ศึกษาในผู้ป่วย โรคหัวใจ เนื่องจากเส้นเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ (congestive heart failure) มากกว่า 2,500 คนแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม โดยให้ผู้ป่วยโรคหัวใจกลุ่มหนึ่งได้รับ Q10 อีกกลุ่มหนึ่งให้ยาหลอกเพื่อดูว่า Q10 มีประโยชน์กับผู้ป่วยจริงหรือไม่ เป็นเวลา 12 เดือน ผลปรากฎว่า 80% มีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน อาการบวมของข้อเท้าลดลง อาการหายใจถี่ๆ ลดลง การนอนหลับดีขึ้น เมื่อผู้ป่วยที่ได้รับ Q10 ทุกวันๆ ละ 100 มิลลิกรัม ในขณะที่ผู้ป่วยที่ได้รับยาหลอกกลับมีอาการแย่ลงต้องเข้าในโรงพยาบาลมากกว่า ผู้ที่ได้รับ Q10 ทั้งนี้อัตราการเสียชีวิตก็ไม่แตกต่างกัน

ไม่ใช่ ทุกการศึกษาที่แสดงถึงประโยชน์ของ Q10 เมื่อไม่นานนี้มีการศึกษาในผู้ป่วย โรคหัวใจ ดังกล่าวระดับปานกลางถึงรุนแเรงจำนวน 46 คน ให้รับประทาน Q10 (ไม่มีใครได้รับประทานยาหลอด) เป็นเวลา 6 เดือนพบว่าอาการต่างๆ ไม่ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลของ Q10 กับประสิทธิภาพในการลดอัตราการเสียชีวิตจาก โรคหัวใจ

ในการรักษา อาการปวดร้าวบริเวณหน้าอก (angina) และอาการหัวใจเต้นผิดปกติ พบว่าอาการปวดร้าวบริเวณหน้าอดจะลดลงเมื่อผู้ป่วยได้รับ Q10 อีกทั้งผู้ป่วยที่มีปัญหามีอาการทำงานและการเต้นของหัวใจผิดปกติก็พบว่า Q10 มีส่วนช่วยในอาการดังกล่าวเช่นกัน

นอกจากนี้ในผู้ป่วยที่มีปัญหา โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งปัจจุบันประชาชนประมาณ 1 ใน 3 มีปัญหาเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคดังกล่าวถือว่าเป็นภัยเงียบต่อกลุ่มคนดังกล่าว และก็เชื่อกันว่าผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมักมีอาการขาด Q10 การรับประทาน Q10 อาจจะช่วยให้อาการความดันโลหิตสูงดีขึ้น และยังช่วยอาการแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วย

จะเห็นได้ว่า Q10 มีประโยชน์กับผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับ โรคหัวใจ และหลอดเลือดอย่างชัดเจน

2.โรคอัลไซเมอร์

โรค อัลไซเมอร์ เป็นโรคของการเสื่อมทางสติปัญญาที่พบได้เมื่อวัยมากขึ้น อาการของโรคนี้ คือ ความจำเสื่อม หลงลืมตัวเองและคนในครอบครัว ซึมเศร้า สับสน นอนไม่หลับ ไม่สามารถควบคุมการทำงานของร่างกายได้ สาเหตุเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม เช่น การได้รับบาดเจ็บ เลือดคลั่งในศรีษะ และความเสียหายที่เกิดจากการทำลายโดยอนุมูลอิสระ (free radical) การรับ Q10 เข้าไปในร่างกายสามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้เนื่องจากใน Q10 มี ฟีนีลอะลานิน (Phenylalanine) ช่วยการทำงานของต่อมไทรอยด์ให้กระตุ้นการเผาผลาญอาหารของร่างกาย เป็นฮอร์โมนที่ประกอบด้วย ไอโอดีนทำให้รู้สึกสดชื่นตื่นตัว อารมณ์ดี ลดความซึมเศร้า ช่วยให้ความจำดีขึ้น

และเนื่องจากคุณสมบัติในการ ต้านอนุมูลอิสระของ Q10 ที่สามารถช่วยปกป้องการทำลายของอนุมูลอิสระในสมอง และโรคชรา จะเห็นได้ว่าหมอบางคนแนะนำให้กับผู้ป่วยที่อายุเกินกว่า 50 ปีขึ้นไปให้รับประทาน Q10 เพื่อที่จะช่วยอาการขี้หลงขี้ลืม และช่วยชลอการทำลายของเซลสมองอันเนื่องมาจากโรค อัลไซเมอร์ และโรคชรา แต่อาการจะมากหรือน้อยก็ขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคนด้วย

3. ลดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนัง

Q10 เป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) และเป็นสารธรรมชาติที่ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง ดังนั้นจึงนำ Q10 มาใช้เป็นเครื่องสำอางสำหรับลดการเกิดริ้วรอย ชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังจากแสงแดด (Photoaging)กล่าวคือ ผิวหนังจะมีหน้าที่ในการป้องกันสารพิษ เชื้อโรค และรังสีอุลตราไวโอเลต (Ultraviolet) จากแสงอาทิตย์ โดยรังสีอุลตราไวโอเลต (UV) มี 2 ชนิด คือ UVA และ UVB แต่ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยจะเป็นรังสี UVA โดย UVA สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังถึงชั้นหนังแท้ และจะเริ่มต้นในการผลิตอนุมูลอิสระ (Free Radical) ซึ่งอนุมูลอิสระดังกล่าวนี้ผลิตจากกระบวนการออกซิเดชั่น (Oxidation) และอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้ก็จะทำอันตรายต่อไขมัน โปรตีน และสารพันธุกรรม (DNA) ในเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดริ้วรอย หมองคล้ำได้ แต่ร่างกายก็จะมีกระบวนการป้องกันอันตรายจากอนุมูลอิสระดังกล่าวโดยกระบวน การทางธรรมชาติ กล่าวคือ ที่ผิวหนังจะมีสารที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านออกซิเดชั่น (Antioxidant) เช่น วิตามินอี วิตามินซี โดยสารที่มีฤทธิ์ (Antioxidant) ดังกล่าวจะป้องกันไม่ให้เกิดกระบวนการออกซิเดชั่นที่จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งจะทำอันตรายต่อผิวหนัง มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับผลของ Q10 ต่อการลดริ้วรอยว่าสามารถทำให้ความลึกของริ้วรอยลดลง ซึ่งหมายถึง ทำให้ริ้วรอยนั้นตื้นขึ้นได้ โดยให้กลุ่มทดลองใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ 0.3% ทารอบดวงตาเป็นเวลานาน 6 เดือน พบว่า ความลึกของริ้วรอยลดลงถึง 27% เมื่อเปรียบเทียบกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมซึ่งไม่ได้ใช้ครีมที่มีส่วนผสมของ Q10 อยู่ ดังนั้น Q10 จึงมีส่วนช่วยลดริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวหนังได้เป็นอย่างดี

4.โรคเกี่ยวกับเหงือก

โรค เหงือก ใช้เรียกโรคที่เกิดขึ้นกับอวัยวะที่อยู่โดยรอบฟันหรือที่เรียกว่า อวัยวะปริทันต์ ซึ่งทำหน้าที่ในการยึดและพยุงฟันให้คงอยู่ในช่องปาก โรคเหงือกที่เป็นปัญหาและพบได้บ่อยๆ เกิดจากคราบจุลินทรีย์ที่ถูกปล่อยให้สะสมอยู่บนตัวฟัน คราบจุลินทรีย์นี้ประกอบด้วย เชื้อแบคทีเรียหลายชนิดและสารพิษต่างๆ ที่แบคทีเรียสร้างขึ้นมา ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อต่างๆ ขึ้น ในระยะแรกของการอักเสบอาจจะเกิดเฉพาะที่ของเหงือก ทำให้เหงือกเปลี่ยนสีจากสีชมพูซีดเป็นสีแดง มีเลือดออกจากเหงือกเวลาแปรงฟัน เหงือกที่มีลักษณะติดกันจะมีลักษณะบวมฉุ ไม่ยิดติดกับตัวฟัน ทำให้เกิดกลิ่นปาก ในกรณีที่ปล่อยให้การอักเสบดำเนินต่อไปเรื่อยๆ โดยไม่รักษาต่อไป จะสังเกตว่ามีหนองออกมาจากช่องระหว่างเหงือกกับฟัน หรืออาจเป็นฝีที่เหงือก เหงือกจะแยกตัวออกจากฟันและมีการละลายของกระดูกเบ้ารากฟัน ถ้านานๆเข้าฟันจะโยกห่างและรวนผิดที่ หรืออาจจะหลุดออกมาได้ การรับ Q10 เข้าไปในร่างกายจะช่วยลดและบรรเทาอาการเหงือกบวม ฟันโยก (Periodontitis) ได้

……………………………………………………………………………………………………………

เมื่อขาด CoQ10 จะมีผลอย่างไร ?

ใน กรณีกล้ามเนื้อหัวใจ หากขาด CoQ10 มากเกินขนาด จะส่งผลให้ปริมาณเซลล์ที่ไม่ทำงานมีมาก เมื่อถึงระดับหนึ่งย่อมไม่บีบตัวทำงาน เซลล์ที่เหลือย่อมปรับตัวโดยบีบให้ถี่ขึ้น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ไม่มีแรงสูบฉีดเลือดส่งออกไปเลี้ยงอวัยวะ ได้เป็นชีพจรที่เร็วแต่เบา เราจะรู้สึกใจสั่น แต่อาจรู้สึกใจเต้นแรง ก็เพราะหัวใจบีบผิดจังหวะ หรือไม่ราบรื่นนั่นเอง อาจเกิดอาการวิงเวียนศีรษะ เนื่องด้วยเลือดไปเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และอาจรู้สึกชาที่ปลายนิ้วมือนิ้วเท้า เพราะขาดเลือด อาการอ่อนเพลีย หายใจเหนื่อย ย่อมเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้การขาด CoQ10 ยังทำให้เกิดริ้วรอย เนื่องจากเซลล์ผิวหนังและกล้ามเนื้อ ชำรุดทรุดโทรมไป

เราจะสังเกตอาการขาด CoQ10 ได้อย่างไร ?

นอก จากอาการใจสั่น หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะแล้ว อาการอื่นที่พบบ่อยในภาวะขาด CoQ10 ก็คือ เหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง วิงเวียนศีรษะ ชีพจรเร็ว หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ชาปลายมือ ปลายเท้า

…………………………………………………………

coq 10 puritan (1)

ทำไมกินน้อยแล้วขาด CoQ10?

ร่าง กายสร้าง CoQ10 จากกรดอมิโน  ชื่อTyrosine กระบวนการสร้างนี้ยังต้องอาศัยวิตามินและ  แร่ธาตุหลายชนิดร่วมด้วย ดังนั้น หากขาดอาหาร ก็ย่อมขาดปัจจัยสร้าง จะเกิดอาการพร่อง  CoQ10  ได้

ใครบ้างที่ควรได้รับ CoQ10 เพิ่มเติม ?

ภาวะ ขาด CoQ10 อาจเกิดขึ้นได้จากสาเหตุหลัก 3 ประการคือ การได้รับปริมาณ CoQ10 จากอาหารไม่เพียงพอ ความบกพร่องของกลไกการสร้าง CoQ10 ในร่างกาย และภาวะที่มีการใช้ CoQ10 มากเกินปกติ เช่น การออกกำลังกายมากเกิน ภาวะช็อคหรือมีกระบวนการเผาผลาญพลังงาน มากผิดปกติ (hypermetabolism)

สำหรับ บุคคลทั่วไป แม้ว่าร่างกายจะสร้าง   CoQ10 ได้เอง แต่ความสามารถนี้จะลดลง เมื่ออายุตั้งแต่ 21 ปีขึ้นไป3 ในขณะที่ปริมาณที่ร่างกายต้องการ กลับไม่ลดลง พบว่า การสังเคราะห์ CoQ10ในร่างกายต้องอาศัยวิตามินถึง 7 ตัวและแร่ธาตุอีกหลายรายการ

ผลการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการ แพทย์ ก็ได้หลักฐานสนับสนุน คุณประโยชน์ของ CoQ10 ในด้านต่างๆ CoQ10ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จากวงการแพทย์ว่ามีบทบาทร่วมรักษาโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง และโรคเส้นเลือดในสมอง(stroke) โดยพบว่า เมื่อผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว ได้รับ CoQ10 อย่างต่อเนื่อง กล้ามเนื้อหัวใจที่ทรุดโทรม จะสามารถกลับคืนสู่สภาวะปกติ และทำงานได้ดีขึ้น  ภาวะหัวใจล้มเหลว เช่น อาการใจสั่น   เหนื่อยล้า  เจ็บหน้าอก  หายใจลำบาก ดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ