Colostrum 650 mg / 60 Capsules ( Puritan ‘s Pride )

Colostrum 650 mg  / 60 Capsules ( Puritan ‘s Pride )

ราคา 750 บาท

Colostrum คือ นมน้ำเหลือง ซึ่งได้จากแม่วัวหลังคลอด ช่วง 48 ชม. แรกเป็นช่วงที่ดีที่สุด หน้าที่หลัก คือ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ซ่อมแซมเซลล์สึกหรอของร่างกาย เพิ่มมวลกระดูก กระตุ้นการเจริญเติบโตของมวลกระดูกทำให้ร่างกายมีการยืดตัวและสูงขึ้น ( เฉพาะ อายุไม่เกิน 18-20 ปี ) ช่วยเผาผลาญไขมัน และช่วยในการเสริมสร้างกล้า​มเนื้อ ทำให้ร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี อุดมด้วยแล็กโทเฟอร์ริน ช่วยยับยั้งกระบวนการเติบโตของเชื้อโรคและฆ่าเชื้อโรค มีการศึกษาวิจัยมา แล้วว่า นมวัวมีองค์ประกอบและสารอาหารต่างๆในน้ำนมใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด และพบว่า โคลอสตรุ้มจากมาวัวหลังคลอดก็มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกัน และตัวประกอบการเจริญเติบโต (Growth Factor) คล้ายน้ำนมเหลืองจากนมคน

colostrum puritan detailคุณแม่ที่ผ่านการคลอดลูกมาแล้ว คงรู้จักน้ำนมเหลือง หรือที่บางคนอาจเรียกว่า หัวน้ำนม

น้ำนมเหลืองเป็น น้ำนมแรกคลอดที่ต่อมน้ำนมจะสร้างขึ้นทันที เพื่อเป็นอาหารแรกจากแม่สู่ลูกน้อย มีลักษณะเป็นของเหลวสีเหลืองข้น ในน้ำนมเหลืองจะอุดมไปด้วยสารอาหารทุกชนิดอย่างเข้มข้น และยังประกอบไปด้วยโมเลกุลชีวภาพอีกหลายชนิดที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและ สร้างความเจริญเติบโตแก่ลูก

ทารกน้อยที่เจริญเติบโตอยู่ในครรภ์แม่ตั้ง 9 เดือน วินาทีแรกคลอดออกมาสัมผัสสิ่งแวดล้อมภายนอก ทารกน้อยต้องปรับตัวมากขนาดไหน?

ธรรมชาติ จึงสร้างอาหารแรกของชีวิตให้แก่สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด มีสารอาหารแทบทุกอย่างครบถ้วนและเข้มข้น เพื่อเสริมสร้างทุกสิ่งทุกอย่างแก่ชีวิตใหม่ให้ดำรงชีวิตและเจริญเติบโตต่อ ไปได้ในสภาพแวดล้อมที่มีทั้ง อากาศร้อน – เย็น ฝุ่นละออง เชื้อโรคสารพัดเชื้อ สารพิษต่างๆที่ล่องลอยอยู่ในอากาศ

สิ่งที่สำคัญที่สุดใน น้ำนมเหลือง คือ ตัวสร้างภูมิคุ้มกันและตัวประกอบการเจริญเติบโต (Growth Factor)

ซึ่ง น้ำนมเหลืองที่กล่าวมาก็คือ โคลอสตรุ้ม (Colostrum) จัด เป็นอาหารมหัศจรรย์ ที่มีคุณสมบัติทางกายภาพแตกต่างจากน้ำนมปกติ ธรรมชาติออกแบบมาให้มันทำหน้าที่ที่โดดเด่น ในเรื่องการสร้างความเจริญเติบโตและสร้างภูมิคุ้มกัน

คำแนะนำจาก องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้เลี้ยงทารกด้วยนมแม่อย่างน้อย 4-6เดือน หลังจากนั้นจึงให้ทานอาหารเสริมอื่นและนมวัว จนเด็กมีอายุ 2 ขวบ ซึ่งมีฟันที่แข็งแรงพอที่จะเคี้ยวอาหารได้ มีความสมบูรณ์ของระบบต่างๆ ในร่างกายพอที่สามารถจะดูดซึมสารอาหารจากแหล่งอื่นๆได้ จึงให้เด็กได้ทานอาหารอื่นๆ และสนับสนุนให้มีการดื่ม “นมวัว” เป็นอาหารเสริม

เหตุที่เลือกนมวัว เพราะมีการศึกษาวิจัยมาแล้วว่า นมวัวมีองค์ประกอบและสารอาหารต่างๆในน้ำนมใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด และเหตุเพราะวัวเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเหมือนคน มี น้ำนมเหลืองแรกคลอดหรือโคลอสตรุ้มเหมือนกัน จึงมีการศึกษาค้นคว้าวิจัยซึ่งพบว่า โคลอสตรุ้มจากมาวัวหลังคลอดก็มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องการสร้างภูมิคุ้มกัน และตัวประกอบการเจริญเติบโต (Growth Factor) คล้าย น้ำนมเหลืองจากนมคน

จะดีแค่ไหน หากเราจะใช้อาหารพิเศษอย่าง โคลอสตรุ้มมาช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างการเจริญเติบโตแก่ลูก ภายหลังจากหย่านมแม่แล้ว

colostrum puritan

ความเป็นมาของ โคลอสตรุ้ม Colostrum

นายแพทย์อัลเบิร์ต ซาบิน ผู้ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้คิดค้นวัคซีนโปลิโอคนแรก ได้ออกมาสนับสนุนให้มีการใช้โคอลตรุ้ม สาเหตุมาจากในระหว่างการทดลอง นายแพทย์อัลเบิร์ต ได้ผลิตสารสร้างภูมิต้านทานจากโคลอสตรุ้มของวัวมาก่อน เขาจึงรู้ประสิทธิภาพของภูมิต้านทานของโคลอสตรุ้มดี

40 ปีต่อมา แคมเบลล์และปีเตอร์สัน ทำการทดลองสร้างวัคซีนเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการใช้เชื้อโรคต่างๆที่ อ่อนแอฉีดเข้าไปในตัวแม่วัวก่อนจะ คลอดลูกเพื่อกระตุ้นให้แม่วัวสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาในร่างกาย จากนั้นเมื่อคลอดลูกวัว เขาจึงเก็บรวบรวมเอาโคลอสตรุ้มจากแม่วัวเพื่อใช้เป็นวัคซีนภูมิคุ้มกันใน ระยะทดลอง

ในปี 1992 คุมเมอร์เป็นคนแรกที่ทำการทดลองและพิสูจน์ให้เห็นว่า โคลอสตรุ้มจากวัวที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ช่วยป้องกันโรคกระเพาะอาหารและลำไส้ในเด็กทารก

ในปี 1998 แมคคอลเนลและเพื่อนร่วมงานที่มหาวิทยาลัยโอตาโก ประเทศนิวซีแลนด์ได้ทำการวิจัยและพิสูจน์ให้เห็นว่าโคลอสตรุ้มจาก แม่วัวที่ ปล่อยให้กินหญ้าในทุ่งหญ้าธรรมชาติโดยไม่มีการฉีดวัคซีนให้วัว มีประสิทธิภาพในด้านการสร้างภูมิต้านทานดีกว่าแม่วัวที่ได้รับการฉีดวัคซีน

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์นมในยุโรป อเมริกา และนิวซีแลนด์ได้ให้ความสนใจและริเริ่มระบบรวบรวมโคลอสตรุ้มเชิงพาณิชย์เป็น ครั้งแรกๆ โดยร่วมมือกับเจ้าของฟาร์มโคนมหลายร้อยคนพัฒนาวิธีการเก็บ การรักษาความสะอาด ปลอดเชื้อ การทำให้แห้ง การเก็บรักษาและการบรรจุภัณฑ์เพื่อการจำหน่ายเกรดของ Colostrum ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการเก็บ หากเก็บใน 48 ชั่วโมงแรกจะมีราคาสูง หางๆไปแล้วก็จะถูกลงไป

colostrum puritan pride มีอะไรดีใน โคลอสตรุ้ม Colostrum บ้าง

ผลจากการศึกษาทางด้านการแพทย์และการรักษา พบว่าในโคลอสตรุ้ม มี :

1.ตัวประกอบภูมิคุ้มกันโรค (Immune Factor) การศึกษาทางการแพทย์พบว่า ตัวประกอบภูมิคุ้มกันใน โคลอสตรุ้ม มีความสามารถต่อสู้กับเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์และสารพิษอื่นได้

2.สารโปรตีนภูมิคุ้มกัน (immunoglobulins) สารตัวนี้มีความสำคัญมาก จัดเป็นสารปกป้องขั้นสูง ป้องกันการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย ภูมิแพ้ เชื้อรา สารโปรตีน ภูมิคุ้มกันใน โคลอสตรุ้ม มีอยู่ 5 ชนิด คือ IgA, IgD, IgE, IgG และ IgM โมเลกุลของสารโปรตีนเหล่านี้จะช่วยต่อสู้เชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ตัวประกอบการเจริญเติบโต (Growth Factor) สารตัวนี้เป็นตัวสำคัญมาก เพราะเราทุกคนจะเติบโตขึ้นมาไม่ได้ถ้าไม่มี Growth Factor

4.สารต่อต้านเชื้อโรค (Antibodies) จากการศึกษาวิจัยพบว่าใน โคลอสตรุ้ม ประกอบด้วยสารต่อต้านเชื้อโรคซึ่งเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้เกิดโรค เช่น Rotavirus, H.pylori, cryptosporidium, salmonella, streptococcus และ E.coli
ตัวอย่างของเชื้อโรคที่ทำให้เกิดโรคต่างๆที่ โคลอสตรุ้ม มีสารภูมิต้านทานที่จะไปหยุดยั้งได้ ดังนี้
– Bacillus cereus อาหารเป็นพิษ,เต้านมอักเสบ
– Campylobacter jejuni อาหารเป็นพิษ
– Candida albicans ฝ้าขาว – การติดเชื้อจากยีสต์
– Clostridium difficile อาหารเป็นพิษ
– Escherichia coli ท้องเสีย
– Escherichia coli 0157 : H7 อาหารเป็นพิษ
– Haemophilus influenza เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย
– Heliobacter pylori โรคกระเพาะ
– Klebsiella pneumonia โรคปอดบวม, โรคทางเดินปัสสาวะอักเสบ
– Listeria monocytogenes อาหารเป็นพิษ
– Propionibacterium acnes สิวอักเสบ
– Salmonella enteritidis อาหารเป็นพิษ
– Staphylococcus aureus โรคปอดบวม, การอักเสบของกระดูก, หัวใจอักเสบ, เยื้อหุ้มสมองอักเสบ
– Staphylococcus aureus (methicillin resistant MRSA) ภาวะข้อต่ออักเสบ
– Staphylococcus epidermis เยื่อบุหัวใจอักเสบ
– Staphylococcus agalactiae เต้านมอักเสบ, การติดเชื้อในกระแสเลือด, เยื่อหุ้มสมองอักเสบ, โรคปอดบวม
– Staphylococcus mutans โรคเหงือก, ฟันผุ, ความดันโลหิตสูง, โรคเยื่อบุหัวใจอักเสบ
– Staphylococcus pyogenes ทอลซินอักเสบ, แบคทีเรียกินเนื้อ, กล้ามเนื้ออักเสบ
– Staphylococcus species ไข้รูมาติด, โรคไต
– Yersinia enterocolitica อาหารเป็นพิษ, ภาวะโลหิตเป็นพิษ

5.สาร PRP (Proline – Rich – Polypeptide) PRP เป็นสารประกอบโมเลกุลของกรดอะมิโนหลายชนิดที่ต่อกันเป็นสายยาว ช่วยให้ต่อมไธมัสทำงานดีขึ้น ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างหายให้สมดุล

6.ไกลโคโปรตีน (Glycoprotein) มีคุณสมบัติในการปกป้องภูมิคุ้มกันและตัวประกอบการเจริญเติบโต (Growth Factor) ที่มีอยู่ใน โคลอสตรุ้ม ไม่ให้ถูกย่อยสลายจากน้ำย่อยในลำไส้

7.แลคโตเฟอร์ริน (Lactoferrin) เป็น สารโปรตีนสำคัญอีกตัวที่มี คุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถจับธาตุเหล็ก โดยเฉพาะธาตุเหล็กในลำไส้ ทำให้แบคทีเรียในลำไส้หยุดการเจริญเติบโตและตายไปในที่สุด เพราะแบคทีเรียต้องอาศัยโมเลกุลอิสระของธาตุเหล็กช่วยในการเจริญเติบโต ทางการแพทย์กำลังสนใจศึกษาวิจัยการใช้แลคโตเฟอร์รินเพื่อรักษาโรคติดเชื้อ ต่างๆอยู่ด้วย

8.ไซโตไคน์ (Cytokines) เป็นตัวช่วยการทำงานของ T-Cell กระตุ้นการทำงานของ Immunoglobulins ต้านเชื้อไวรัสและต้านการเกิดเนื้องอก

9.แลคตัลบูมิน (Lactalbumin) เป็น โปรตีนอีกตัวที่มีประสิทธิภาพสูงในเรื่องช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและ ป้องกันภูมิแพ้ มีงานงานวิจัยหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่า สามารถใช้ได้ดีในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็งและไวรัสหลายชนิด

10.วิตามินและเกลือแร่ (Vitamin & Minerals) ใน โคลอสตรุ้ม จะอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่หลายชนิดอย่างสมดุล

11.นูรอล เป็ปไทด์ (Neural Peptide) เป็นสารอาหารโปรตีนจำเพาะชั้นดีของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) ส่งผลโดยตรงต่อการเสริมสร้างความเติบโต แข็งแรงของเซลล์ทุกอวัยวะ โดยเฉพาะเซลล์สมองซึ่งมีความต้องการมากเป็นพิเศษในเด็ก

เห็นได้ว่า โคลอสตรุ้ม เป็นอาหารเสริมที่มีความพิเศษ และโดดเด่นใน 2 ด้าน คือ

  1. ด้านการเสริมสร้างความแข็งแรง-ความเติบโตแก่ร่างกาย
  2. และด้านการสร้างระบบภูมิคุ้มกัน-ภูมิต้านทานในการต่อสู้เชื้อโรคต่างๆที่ เป็นสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย

 

1.ด้านการเสริมสร้างความแข็งแรง-ความเติบโตแก่ร่างกาย

Growth Factor ที่มีอยู่ในโคลอสตรุ้ม(Colostrum)สำคัญอย่างไร?

ตัวประกอบการเจริญเติบโต (Growth Factor) สารตัวนี้เป็นตัวสำคัญมาก เพราะเราทุกคนจะเติบโตขึ้นมาไม่ได้ถ้าไม่มี Growth Factor

Growth Factor หรือที่เรียกกันว่า “ตัวประกอบการเจริญเติบโต “ นั้น คือ โปรตีนหรือไกลโคโปรตีนอย่างหนึ่งที่หลั่งมาจากเซลล์ เหมือนเป็นลูกของเซลล์ เซลล์แต่ละชนิดจะมี Growth Factor ที่ต่างกันออกไปและอาจหลั่ง Growth Factor ได้หลายชนิดในเซลล์เดียว เอาแค่เฉพาะที่ผิวหนัง ก็ยังมีGrowth Factor หลากหลาย

อย่าง ชั้นหนังกำพร้า เซลล์ที่สำคัญที่สุดคือเซลล์สร้างผิวหนัง อาทิ platelet – derived growth factor (PDGF) ส่วนในชั้นหลังแท้จะมี fibroblast growth factor ที่นำไปใช้เป็นสารสำคัญในเครื่องสำอางนานาชนิด ที่เราประโคมเข้าผิว ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยสร้างเส้นใยคอลลาเจน เส้นใยอีลาสตินและสารอุ้มน้ำ ทำให้ผิวของเราชุ่มชื้น แต่เพราะหน้าที่ของ Growth factor คือการสร้าง ซ่อมเซลล์เนื้อเยื่อที่ถูกทำลายหรือเวลาเราเกิดบาดแผลไม่ว่าจะด้วย อุบัติเหตุหรืออุบัติการณ์ใดๆ Growth factor จะหลั่งออกมาเพื่อซ่อมแซมให้ผิวหนังคืนสู่ปกตินั่นเอง

กล่าวโดยสรุปแบบย่อๆ ตรงนี้ เพื่อจะบอกให้ทราบว่า Growth Factor มีอยู่หลายตัวสำหรับในน้ำนมเหลืองโคลอสตรุ้ม จะอุดมไปด้วย Growth Factor สำคัญๆหลายตัว ดังนี้

Epithelial Growth Factor (EGF)

เป็น เครื่องมือช่วยป้องกันและดูแลรักษาผิวพรรณ ทำงานพร้อมกับตัวประกอบการเจริญเติบโตตัวอื่นมีอยู่ในหัวน้ำนมเหลือง EGF ช่วยกระตุ้นการเติบโตของผิวหนังและช่วยซ่อมแซมเยื่อบุเซลล์

Insulin – like Growth Factor I and II (IGF – I & IGF-II)

สาร IGF-I และ II เป็นตัวประกอบการเจริญเติบโตที่มีมากที่สุดในน้ำเหลือง ส่งผลกับร่างกายในการใช้ไขมัน โปรตีน และน้ำตาล IGF – I เป็นสารที่รู้จักกันดีว่าช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมและการเติบโตของ DNA และ RNA จึงเป็นสารต้านความชราที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด IGF-I ได้รับการพิสูจน์ทางด้านการรักษาแล้วว่าช่วยให้มวลกล้ามเนื้อผอมเรียว และช่วยหมุนเวียนน้ำตาลในเลือดและระดับโคเลสเตอรอล ในศาสตร์การแพทย์ Anti-aging จะกล่าวถึงตัว IGF-I และ IGF-II กันมาก

Transforming Growth Factor A & B (TGF A&B)

TGF ช่วยกระตุ้นการงอกขยายของเซลล์ต่างๆในเยื่อบุและช่วยในการสร้าง รูปร่างกระดูกและกระดูกอ่อน อีกทั้งยังเป็นสารที่ช่วยบำบัดในกระดูกและรักษาบาดแผล TGF สามารถช่วยซ่อมแซมเยื่อบุและช่วยรองรับพัฒนาการเจริญเติบโตของผนังลำไส้

Platelet – Derived Growth Factor (PDGF)

เป็น ตัวช่วยหน่วยเซลล์ในเยื่อบุที่เชื่อมต่อกันกับกล้ามเนื้อเรียบและเซลล์ ที่กลายเป็นเนื้อเส้นใย อีกทั้งยังช่วยรักษาเซลล์ประสาทและเกิดใหม่ของเยื่อบุ

เห็นได้ชัดว่า น้ำนมเหลืองโคล อลตรุ้ม มี สาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยการเสริมสร้าง การซ่อมแซมและการเจริญเติบโตจนน่าอัศจรรย์ ยังไม่เคยเห็นอาหารเสริมจากธรรมชาติตัวใดที่ให้คุณค่ามากมายขนาดนี้

****** ตัวประกอบการเจริญเติบโต(Growth Factor )เหล่านี้ไม่เพียงแต่จะกระตุ้นการเจริญเติบโตและพัฒนาการปกติ แต่ยังจะช่วยในส่วนของการเกิดใหม่ การเร่งและการซ่อมแซมเซลล์เก่าหรือกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บ ผิวหนัง กระดูกและกระดูกอ่อน

นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นร่างกายเพื่อ ให้เผาผลาญ ไขมันที่สะสมอยู่ตามร่างกายแทนที่เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อในยามที่อดอาหารหรือ ลดน้ำหนัก และยังช่วยสร้างกล้ามเนื้อที่ไม่มีไขมัน (lean muscle)อีกด้วย ******

 

2.ด้านการสร้างระบบภูมิคุ้มกัน-ภูมิต้านทานในการต่อสู้เชื้อโรคต่างๆที่ เป็นสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในร่างกาย

มารู้จักกลุ่มสารภูมิคุ้มกันในโคลอสตรุ้ม(Colostrum)กันเถอะ โดยเฉพาะสาร IgG สำคัญอย่างไร?

ภูมิคุ้มกันโกลบูลิน = Immunoglobulins คือ กลุ่มสารโปรตีนหรือโมเลกุลที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพในร่างกายเรา   พบได้ในเซรั่มและของเหลวในเยื้อเยื่อต่างๆ รวมทั้งในนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด

อิมมูโนโกลบูลินหลักที่ทำหน้าที่เป็นสารภูมิต้านทาน ได้แก่ IgA, IgG, IgM อิมมูโนโกลบิน เหล่านี้จะทำงานร่วมกันเป็นทีมเวอร์ค เพื่อเสริมการทำงานซึ่งกันและกันในการตามล่าและทำลายเชื้อโรคจุลินทรีย์หรือ เชื้อโรคแปลกปลอมใดๆที่เข้ามาบุกรุกในร่างกาย เหมือนกองพันทหารที่ออกสนามรบซึ่งจะมีทั้งทหารแนวหน้า ทหารสอดแนม ทหารแนวหลัง ฯลฯ ทุกหน่วยของทหารล้วนมีความสำคัญขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไม่ได้ เจ้าอิมมูโนโกลบู ลิน ก็เช่นกัน

IgG สารตัวนี้ทำ หน้าที่หลัก คือ ช่วยในการทำลายเชื้อโรคจุลินทรีย์       IgG เป็น อิมมูโนโกลบิน สำคัญที่พบในโคลอสตรุ้มจากนมวัวมากกว่าจากน้ำนมเหลืองใน คน เสียอีก

IgA ตัวนี้มี หน้าที่หลัก คือ เป็นด่านป้องกันแรกต่อเชื้อโรคเสมือนหนึ่งเป็นกำแพงชั้นนอกที่คอยป้องกันข้า ศึก โดยป้องกันเยื่อบุผิวในช่องทางเดินอาหารและทางเดินหายใจและป้องกันการจู่โจม ของเชื้อโรค

IgM หน้าที่หลัก ของตัวนี้ คือ เป็นหน่วยรบประจัญบานมันจะต่อสู้กับเชื้อโรค โดยตัวมันเองมีความสามารถในการกลืนกินและกำจัดการรุกรานของเชื้อโรค จึงทำลายเชื้อโรคที่เข้ามาบุกรุกโดยตรง

IgE เป็นตัวป้องกันที่คอยต่อต้านเชื้อโรคและเชื้อปรสิตต่างๆ รวมถึงการกระตุ้นการหลั่งสารต่างๆที่ใช้แก้อาการแพ้และหอบหืด

IgD ทำหน้าที่กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ผลิตสารภูมิต้านทานต่างๆ

โดย ปกติ ร่างกายเราเมื่อรับประทานอาหารเข้าไป ผ่านหลอดอาหารลงไปในกระเพาะอาหาร กระบวนการย่อยและดูดซึมเอาสารอาหารเพื่อไปเลี้ยงอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย เกิดขึ้นและดำเนินการไปอย่างช้าๆ ระหว่างที่กระเพาะอาหารทำงานไปจนกระทั่งผ่านไปยังลำไส้เล็ก กายไม่ใช้แล้วจะไป ภารกิจการดูดซึมเอาสารอาหารต่างๆ จบลงที่ลำไส้เล็ก กากอาหารและของเสียที่ร่างกายไม่ได้ใช้แล้ว จะไปพักอยู่ที่ ลำไส้ใหญ่เพื่อเตรียมระบายทิ้งไป

เวลาเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย เชื้อโรคจะพยายามหาทางไปที่ลำไส้ เพราะผนังลำไส้เป็นที่พักเกาะที่ดีสำหรับเชื้อโรค เชื้อโรคจะขยายตัวอย่างอิสระและรวดเร็วมาก คงเพราะผนังลำไส้มีพื้นที่ให้เกาะอาศัยได้มาก และเนื่องจากลำไส้เป็นแหล่งพักกากอาหารที่ร่างกายเตรียมขับทิ้งจึงเป็นอาหาร ชั้นดีของเชื้อโรคนานาชนิด

ดังนั้นหากภูมิคุ้มกันในร่างกายไม่เข้ม แข็งพอที่จะกำจัดเชื้อโรค เชื้อโรคที่เจริญเติบโตได้ดีก็จะแพร่ขยายไปอวัยวะส่วนอื่นๆต่อไป จุดเริ่มต้นของความเจ็บป่วยและโรคต่างๆจึงมักเกิดเริ่มต้นที่ลำไส้

การรักษาสุขภาพให้ดีจึงต้องรักษาสุขภาพในลำไส้ อย่าปล่อยให้ผนังลำไส้อักเสบ รั่วซึม อย่าปล่อยให้เกิดอาการท้องผูกบ่อยๆ อย่าปล่อยให้เกิดแผลในลำไส้

ที่น่าสนใจคือ สารก่อภูมิคุ้มกันในโคลอสตรุ้ม (Colostrum)จะ พุ่งไปพักที่ลำไส้เพื่อกระตุ้นให้ภูมิต้านทานตรงลำไส้ทำงานอย่างแข็งขัน ไม่เปิดโอกาสให้เชื้อโรคได้เจริญเติบโตและจะกำจัดเชื้อโรคโดยการเข้าไปปิด ล้อมแล้วทำลาย ถ้าเปรียบเป็นการรบของทหารก็เสมือนหนึ่งหน่วยรบจากโคลอสตรุ้มจะพุ่งโจมตีที่ ฐานทัพใหญ่ของเชื้อโรคนั่นเอง

 ประโยชน์อีกนานัปการของ โคลอสตรุ้ม

โคลอสตรุ้ม อาจเป็นความหวังของพ่อแม่ทุกคน ได้ที่จะสร้างให้ลูกเติบโต แกร่ง แข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่มีประสิทธิภาพ

คุณประโยชน์ที่โดดเด่นของ น้ำนมเหลืองโคลอสตรุ้ม เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย โดยเมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและไปเกาะอยู่ที่ผนังลำไส้ซึ่งเป็นเหตุให้ เจ็บป่วยและเป็นโรค สารภูมิต้านทานต่างๆใน โคลอสตรุ้ม ที่พักอยู่ในลำไส้ จะช่วยเพิ่มระดับสารภูมิต้านทานธรรมชาติให้กับร่างกายให้เข้าไปดักจับเชื้อ โรค ทำให้ร่างกายเราต่อสู้กับเชื้อโรคและ กำจัดเชื้อโรคต่างๆออกจากร่างกายได้

แต่ทั้งนี้เราต้องไม่ลืมว่า อวัยวะและระบบต่างๆร่างกายเราไม่ได้ต่างคนต่างทำหน้าที่ มันจะทำงานอย่างสัมพันธ์กัน เชื่อมโยงกัน ต่อเนื่องกัน นับเป็นความมหัศจรรย์ยิ่งกว่าเครื่องจักรไหนๆในโลก ดังนั้นเมื่อนักวิทยาศาสตร์ทราบถึงคุณสมบัติและสารสำคัญใน โคสอลตรุ้ม อย่างลึกซึ้งพอประมาณแล้ว จึงมีการวิจัยศึกษาต่อเนื่องเพิ่มอีกมากถึงผลดีต่อสุขภาพในด้านอื่นๆอีก นอกเหนือจากคุณสมบัติเด่นดังที่เล่าให้ฟัง

ประโยชน์อีกนานัปการของ โคลอสตรุ้ม พอจะสรุปได้ ดังนี้

– ช่วยปรับสมดุลน้ำตาลในเลือด
– ช่วยลดปฏิกิริยาภูมิแพ้
– ช่วยสนับสนุนการพัฒนาสมอง
– ช่วงเสริมสร้างการทำงานของลำไส้
– ช่วงเร่งการสมานการบาดเจ็บ
– ช่วยในการปรับสภาพเซลล์เนื้อเยื่อของผิวและเซลล์กล้ามเนื้อ
– ช่วยป้องกัน – บรรเทาไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ (cold and flu)
– ช่วยป้องกัน – บรรเทาการติดเชื้อในหู (Ear infections)
– ช่วยป้องกัน – บรรเทาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ (Respiratory infections)
– ช่วยป้องกัน – บรรเทา โรคภูมิแพ้ (Allergies)
– ช่วยป้องกัน – บรรเทาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ (Gastroenteritis)
– ช่วยป้องกัน-บรรเทาโรคท้องร่วง (Diarrhea)
– ช่วยป้องกัน-บรรเทาโรคการอักเสบของระบบย่อยอาหาร (Inflammation of the digestive system)
– ช่วยป้องกัน-บรรเทาโรคช่วงระยะพักฟื้นและเยียวยารักษา (Assists convalescence and healing)
– ช่วยป้องกัน-บรรเทาโรคเด็กที่พัฒนาการด้านเจริญเติบโตช้า (Children failing to thrive)
– ช่วยป้องกัน-บรรเทาโรคติดเชื้อในท้อง (stomach infections)
– ช่วยป้องกัน-บรรเทาหรือชะลอวัยชราหรือหยุดกระบวนการเข้าสู่วัยชรา (Age Protective Facter)
– ช่วยป้องกัน-บรรเทาโรคภาวะข้อต่อเสื่อม (Arthritis)