Keratin Hair Volumizer / 60 Capsules ( Neocell )

Keratin Hair Volumizer / 60 Capsules ( Neocell )

850 บาท

บำรุงเส้นผม และดูแลให้ผมสวยเงางามอย่างแท้จริง ด้วยสิทธิบัตรการดูแลเส้นผมด้วยโปรตีนของสารสกัดจากคอลลาเจน และเคอราตินชนิดพิเศษ Neocell การันตีข้างกระปุกเป็นฉลากเองว่าจากการศึกษาและวิจัยของ Neocell สามารถลดการหลุดร่วงของเส้นผมที่เกิดขึ้นทุกวันได้ภายใน 30-60 วัน

 

คอลลาเจนคือโปรตีนชนิดหนึ่งที่เป็นสายยาว ซึ่งทำหน้าที่แตกต่างจากสารโปรตีนโดยทั่ว ๆ ไปเช่นแดียวกับเอนไซม์ สายเส้นใยของคอลลาเจนถูกเรียกว่า Collagen Fiber (คอลลาเจน ไฟเบอร์} ซึ่งจะมีลักษณะเป็นสายเกลียวที่มีหน่วยโมเลกุลเกี่ยวพันกันมากมาย โดยปกติทั่วไปผิวหนังที่มีคอลลาเจนเป็นโครงสร้างอยู่มากจึงมีแรงสปริงตัวและ ยืดหยุ่นได้ดีตามไปด้วย คอลลาเจนนั้นไม่ได้มีอยู่ที่ผิวหนังส่วนนอกเท่านั้น อวัยวะภายในร่างกายเอง ก็มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ได้แก่ ผังผืด (Fascia), กระดูกอ่อน (cartilage), เส้นเอ็น (ligaments), ข้อต่อ (tendons), กระดูก (bone) สารคอลลาเจนที่เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นผิวมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า เคราติน Keratin

เคราติน (keratin) เป็นโปรตีนเส้นใยที่พบมากในสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังทุกชนิด เป็น    ส่วนประกอบของ ผม ขน เขา และเล็บ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ แอลฟาเคราตินซึ่งพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม และบีต้าเคราตินซึ่งพบในนกและสัตว์เลื้อยคลาน โครงสร้างของแอลฟาเคราตินที่พบในเส้นผมและเขาสัตว์จะเป็นเกลียวเวียนขวาประกอบด้วยเกลียวแอลฟา 3 เส้น มาม้วนพันกันเป็น protofibril และ protofibril จำนวน 11 หน่วยจะมารวมตัวเป็นมัดเล็ก ๆ เรียก microfibril ( มี 2 หน่วยอยู่ตรงกลาง อีก 9 หน่วยล้อมรอบ) ในเส้นผมจะมี microfibril เป็นจำนวนมากฝังอยู่ใน matrix protein ซึ่งมีปริมาณกรดอะมิโนซิสเทอีนสูงยึดกันด้วยพันธะไดซัลไฟด์ ในเขาและเขี้ยวของสัตว์จะมีลักษณะเช่นเดียวกับในเส้นผมแต่มีพันธะไดซัลไฟด์ใน matrix protein มากกว่าจึงแข็งแรงกว่าไม่สามารถยืดได้เหมือนเส้นผม

 

เส้นผม ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเส้นผม

ผม หมายถึง   ขนที่งอกปกคลุมหนังศรีษะของมนุษย์ เป็นเคราตินที่ประกอบด้วยกรดอะมิโน และแร่ธาตุ C,   H, N, P และ S  ผมถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ เส้นผม (hair shaft)   เป็นส่วนที่งอกเหนือ หนังศรีษะ และ รากผม (hair root) เป็นส่วนฝังอยู่ใต้หนังศรีษะ เส้นผม (hair shaft) เป็นเซลล์ส่วนที่ตายแล้ว   ไม่มีชีวิตและความรู้สึกเป็นส่วนที่งอกเจริญยาว ออกมาปกคลุมศรีษะ มีลักษณะ โครงสร้าง ภายในต่างกันไปสำหรับผมชนิดต่างๆ   ทำให้ปรากฏให้เห็นภายนอกได้ต่างกัน เช่น ผมเหยียดตรง ผมหยักศก ผมสีดำ ผมสีบรอนด์   ผมสีน้ำตาล เป็นต้น ถ้านำเส้นผมมาตัดขวาง จะแยกส่วน ประกอบ ได้ 3 ชั้น คือ

1.  ผิวนอก (Cuticle)  อยู่ชั้นนอกสุด โปร่งแสงไม่มีสี   เป็นเกล็ดใสๆ ที่เรียงซ้อนกันแบบเกล็ดปลา เรียกว่า (keratinized cell) รอบเส้นผม   ประกอบด้วยคีราตินชนิดแข็ง (hard keratin) เป็นส่วนใหญ่ ่ทำให้เส้นผมมีความแข็งแรง   ช่วยป้องกันการซึมผ่านของสิ่งสกปรกที่จะเข้าไปทำลายเส้นผม   และยังปกป้องชั้นเนื้อผม ไม่ให้สูญเสีย ความชุ่มชื้น,เม็ดสี รวมถึงน้ำมันตามธรรมชาติซึ่งช่วยให้ ผมดูเป็นเงา

เกล็ดผมจะเปิดก็ต่อเมื่อมีความร้อนความชื้นทั้งจากธรรมชาติและเคมีบ้างตัวเข้ามาทำปฏิกิริยากับเส้นผมเป็นที่สังเกตว่าผมที่สุขภาพดีเกล็ดผมจะปิดและเรียงตัวกันดีส่วนผมที่เริ่มแห้งเสีย เกล็ดผมจะฉีกขาดและไม่สามารถเรียงตัวปิดได้ทำให้เกล็ดผมไม่สามารถปกป้องความชุ่มชื้นภายในและทำให้แห้งเสียเพิ่มขึ้นหากขาดการบำรุง

Hair Cortex

2.เนื้อชั้นนอก (Cortex)    เป็นชั้นที่มีความหนาที่สุด   ประกอบด้วยเซลล์รูปกระสวยล้ายเส้นใยเรียงอัดกันแน่นตามยาว เนื้อผมชั้นนอกเป็นแหล่งรวม ของเม็ดสี   (pigment) เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็น ตัวกำหนดสีผม มีช่องอากาศ (air space) โปรตีน   เคราติน และเส้นใยโปรตีนที่เกาะเกี่ยวกันกำหนดโครงสร้างตามธรรมชาติ   ช่วยให้ผมมีความนิ่ม ยืดหยุ่น

Hair Medulla

3.แกนผม (Medulla)  แกนผมเกิดจากโปรตีน และไขมัน   แกนผมไม่มีบทบาทในการทำงาน ส่วนมากจะพบในผมที่มีสภาพแข็งแรง   และผมเส้นเล็กมักไม่มีแกนผม

Hair Medulla

รากผม (har root) เป็นส่วนที่ฝังตัวอยู่ในเนื้อเยื่อของหนังศรีษะซึ่งมีรูปทรงเหมือนหลอดปากแคบเรียกว่าต่อมรากผม(hair follicle)ตอนล่างสุดของรากผม มีลักษณะ โป่งออก เป็นกระเปาะเปิด เป็นโพรงเว้าเข้าด้านในรูปร่างคล้ายคีม   เรียกว่า hair bulb รากผมตั้งอยู่บนฐานซึ่งเป็นเนื้อยึดต่อ (connective tissue)   ลักษณะนิ้ว มือยื่นเข้า ไปใน โพรงของ  hair bulb เรียกว่าปุ่มปลายแหลม (papilla)ดังนั้นต่อมรากผมแต่ละต่อมจะมีปุ่มปลายแหลม 1 อันเสมอปุ่มนี้มีความสำคัญมากต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมเพราะเป็นส่วนี่มีโลหิตและเส้นประสาทมาเลี้ยงทำให้เซลล์์รากผมมีการ เจริญแบ่งตัว   เกิดเซลล์ใหม่ของผมขึ้นเรื่อยๆ   คนที่หัวล้านมีสาเหตุมาจาก เซลล์ของ ปุ่มปลาย แหลมนี้ตายหรือฝ่อไป   ผมจะขาดอาหารและหลุดร่วงโดยไม่มีการงอกใหม่

ทุกๆ ต่อมรากผมจะมีต่อมน้ำมัน (sebaceous gland)   มาต่อและหุ้มห่อไปจนสุดที่ปากรูขุมขน เพื่อสร้างน้ำมัน (sebum)   ออกมาหล่อลื่นทำให้เส้นผมอ่อนนุ่ม มันเงา   ดังนั้นคนที่ผมแห้งมีสาเหตุมา จากต่อมน้ำมันสร้างน้ำมันออกมาน้อยเกินไป   ในทางตรงกันข้ามถ้าต่อมน้ำมันทำงานมากเกินไป จะทำให้เส้นผมมีสภาพที่เรียกว่าผมมัน   ซึ่งอจเป็นสาเหตุหนึ่งของรังแคน้ำมัน (oil dandruff) ได้

คนปกติที่เป็นผู้ใหญ่ จะมีต่อมรากผมประมาณ 5   ล้านต่อม และลดจำนวนลงเมื่ออายุมากขึ้น สำหรับวัยรุ่นจะมีเส้นผมประมาณ 615   เส้นต่อตารางเซนติเมตร และลดลงเหลือ 435 เส้น เมื่ออายุ 80 ปี   แต่คนหัวล้านจะมีเส้นผมหรือต่อมรากผมไม่เกิน 306 เส้นต่อตารางเซนติเมตร   ถ้าหัวล้านมาก จำนวนต่อมรากผมจะยิ่งน้อยลง

วงจรชีวิตเส้นผมแบ่งออกเป็น 3   ระยะ 1.ระยะเจริญเติบโต (Anagen Phase) เป็นช่วงของการงอกเต็มที่ (active phase)   ของเส้นผมระยะเวลา ของช่วงนี้จะเป็นตัวกำหนดความยาวของเส้นผมและเป็นระยะ เส้นผม มีโครงสร้างสมบูรณ์ ์แบบผมบนศรีษะทั้งหมดจะมีเส้นผมที่อยู่ในระยะนี้มากถึง   80-85% เส้นผมแต่ละเส้นมีอายุนานถึง 3 ปี ถ้าไม่มีสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงก่อน กำหนด   เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ระยะอะนาเจนนี้จะสั้นลงๆ 2.ระยะหลุด (Catagen   Phase) เป็นระยะที่เส้นผมหยุดเจริญเติบโตเตรียมพร้อมที่จะหลุด   โดยที่รากผมจะเริ่มแยกตัวออกจากปุ่มปลายแหลม   แต่ยังมีชีวิตและได้รับอาหารอยู่เส้นผมในระยะนี้ มีช่วงอายุสั้นๆ คือประมาณ 10-14   วันเท่านั้น 3.ระยะฟัก (Telogen Phase) เป็นช่วงที่ผมแก่และพร้อมที่จะร่วงได้โดยง่าย   กผมแยกตัวหลุดจากปุ่มปลายแหลมอย่างเด็ดขาด แต่ยังฝังตัวอยู่ในต่อมรากผม   โดยค่อยๆ เคลื่อนขึ้นมาที่ผิวเรื่อยๆ   ขณะเดียวกันปุ่มปลายแหลมก็จะสร้างผมเส้นใหม่ขึ้นมาแทนที่   ดังนั้นเมื่อผมเก่าร่วงหลุดไปไม่นานก็จะมีผมใหม่งอกออกมาแทนที่คนปกติิเส้นผม จะร่วงประมาณวันละ 40-90 เส้นต่อวัน

วงจรชีวิตเส้นผม

สิ่งที่มีอิทธิพลต่อเส้นผม

1.   ฮอร์โมน             ฮอร์โมนจากต่อมไทรอยด์เป็นตัวที่กระตุ้นให้ผมงอกเร็ว   ในขณะที่สเตียรอยด์ฮอร์โมนระงับการงอกของผม

2.    อาหาร             วิตามินบีรวม ซึ่งมีมากในยีสต์และโยเกิร์ต   จำเป็นต่อการเจริญตามปกติของเส้นผม ส่วนวิตามินเอ   ยับยั้งการเจริญของเซลล์ผิวทำให้ผมงอกช้าการได้รับวิตามินเอมากผิดปกติจะเป็นสาเหตุ ของผมร่วงได้ นอกจากนี้การขาดอาหารโปรตีน   ทำให้ผมเปราะบาง และร่วง เส้นผมไม่มีสี เป็นต้น

3.  สภาพแวดล้อมของอากาศ             มีรายงานพบว่าสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิประจำวันไม่มีผลต่ออัตราการงอกของเส้นผม   แต่มีผลต่อสภาพเส้นผม เช่น การถูกความร้อนมาก การตากแดดจะทำให้ ผมแห้งกรอบและ เปราะ   เช่นเดียวกับการอบและ การดัดผม ในฤดูหนาว   ความชื้นในอากาศต่ำผมจะแห้งเพราะปล่อยน้ำออกมาทำให้เกิดประจุไฟฟ้า   เป็นสาเหตุของผมชี้ฟู ความชื้นสัมพัทธ์ ที่เหมาะสม และ ดีที่สุดสำหรับผมคือ 40-60%

4.  สภาพบางอย่างของโรค             โรคขาดโปรตีนี่เรียกว่า   kwashiorkor ทำให้ผมเปราะบาง และไม่มีสี หรือความเป็นพิษของโลหะหนักบางชนิด   หรือการเป็นรังแคเนื่องจากการติดเชื้อมีโอกาสที่ทำให้ ผมร่วงได้

5.   สารเคมี             สารเคมีบางชนิดโดยเฉพาะสารลดแรงตึงผิว   อาจระคายเคืองต่อหนังศรีษะ และส่งผลทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน   หรือทำให้ผมหยาบกระด้าง เพราะสารชำระล้างอย่างแรง และขจัดไขมันตาม ธรรมชาติของเส้นผม   ทำให้ผมแห้ง

สภาพของเส้นผม

 1.  ผมแห้ง(dry hair)เส้นผมมีลักษณะกรอบหยาบกระด้างแห้ง ไม่แวววาว ขาดง่าย และเปราะ   เกิดเนื่องจากเส้นผมขาดน้ำมัน (lipid และ lipoprotine) และความชุ่มชื้น   หรือเกิดจากสภาพผิวชั้นนอก (cuticle)   ถูกทำลายไปจากความเป็นด่างมากเกินไปของแชมพูสระผม หรือจากการเปาผมบ่อยๆ

2.    ผมมัน (oily hair) เส้นผมมีลัษณะมันเยิ้ม มองดูคล้ายสกปรก ไม่มีชีวิต ชีวา   ปวกเปียกไม่ยืดหยุ่น เกิดจากต่อมน้ำมันมากเกินไป   และเป็นสาเหตุหนึ่งของรังแคน้ำมันด้วย 3.  ผมธรรมดา (normal hair)   เป็นเส้นผม่มีสุขภาพดีแลดูมีน้ำหนัก อ่อนสลวย เงางามเป็นประกาย    มีน้ำหนักจัดทรงง่าย

การดูแลรักษาเส้นผม

  1. เวลาสระผมให้คุณนวดหนังศีรษะไปด้วย   จะช่วยให้เกิดการหมุนเวียนโลหิตที่หนังศีรษะดีขึ้นและทำให้น้ำมันตามธรรมชาติไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้ดียิ่งขึ้น
  2. การเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมก็สำคัญเราต้องมั่นใจว่าผลิตภัณฑ์เหล่านั้นต้องมีค่าความเป็นด่างที่สมดุล(PHBalance)เช่นครีมนวดผมต้องมีคุณสมบัติปรับสภาพเส้นผมให้ชุ่มชื่น และสามารถล้างออกได้ง่าย   เป็นต้น
  3. การหวีผมขณะที่เส้นผมเปียกน้ำจะทำให้เส้นผมขาดได้ง่าย   ดังนั้นถ้าจำเป็นต้องหวีผมขณะที่เปียก   ควรใช้หวีไม้ซี่ห่างจะช่วยให้เส้นผมขาดน้อยลงได้
  4. สาวๆที่นิยมไดร์ผมให้ตรงดัดผมด้วยโรลไฟฟ้าและรีดผมด้วยไฟฟ้าควรใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องเส้นผมจากความร้อนด้วยเสมอซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนสำหรับเส้นผม ให้เลือกใช้มากมาย   ก็ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพเส้นผมนะคะ
  5. เวลาเป่าผมให้แห้งควรเป่าผมจากบนลงล่าง   เพราะเกล็ดผมจะเรียงตัวตามธรรมชาติ ทำให้เส้นผมเรียงตัวสวยและเรียบเงางาม ไม่ชี้ฟู
  6. การรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ก็ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีด้วยเช่นกันดังนั้นควรเลือกรับประทานอาหารจำพวกผัก ผลไม้และควรดื่มน้ำมากๆนอกจากนี้ต้อง
  7. หลีกเลี่ยง อาหารที่ผ่านกระบวนการขัดสีต่างๆ   รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และบุหรี่
  8. ถ้ามีกิจกรรมที่จำเป็นต้องทำกลางแจ้งก็อย่าลืมที่จะปกป้องเส้นผมจากแสงแดดด้วยโดยการสวมหมวกหรือทาครีมปรับสภาพผมทิ้งไว้เมื่อต้องออกแดดหลังจากนั้นค่อยล้างออกตามปกติ

เอกสารอ้างอิง      

  • เอกสารคำสอน วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง (Cosmetic sciences)   สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตและพัฒนาเภสัชภัณฑ์ คณะเภสัชศาสตร์   มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 2545