Lycopene 40 mg / 60 Softgels ( Puritan’s Pride )

Lycopene 40 mg / 60 Softgels ( Puritan’s Pride )

ราคา 980-  

บำรุงผิวพรรณ  มีส่วนสำคัญในการ กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต จึงทำให้ผิวพรรณดูสดใส แลดูมีเลือดฝาด หรือ ผิวขาวอมชมพู โดยไม่ต้องแต่งหน้า ลดความรุนแรงจากการเผาไหม้ของแดดกับผิวหนังจากรังสี  UV ชลอความเสื่อมของเซลล์ผิว สามารถลดการอักเสบของกสรเกิดสิวได้ ออกฤทธิ์ต้าน มะเร็ง มีผลงานวิจัยทางวิชาการชัดเจนกับมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชายในการลดอุบัติ การณ์การเกิดและการรักษา ลดอัตราเสี่ยงการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจอุดตัน แก้มใสอมชมพูแบบเห็นได้ชัดใระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์

lycopene puritan (2)…………………………………………………………………………………………

ขนาดรับประทานครั้งละ 1 เม็ด / วัน พร้อมอาหาร

Directions: For adults, take one (1) softgel daily, preferably with a meal.

…………………………………………………………………………………………..

ไลโคปีน (Lycopene) 

เป็นสารกลุ่มแคโรทีนอีกตัวหนึ่งที่อยากจะแนะนำให้รู้จัก ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ที่กำลังมาแรงและสำคัญไม่แพ้เบต้า-แคโรทีน ไลโคปีน(Lycopene) เป็นสารสีแดงที่พบมากในมะเขือเทศ

lycopene puritan000ประโยชน์ของไลโคปีน
1.) ลดอัตตราการเกิดสิว
2.) ช่วยให้ผิวแข็งแรงทนต่อการทำลายของแสงแดดได้มากขึ้น 3 เท่า จึงลดความรุนแรงของการเผาไหม้ของผิวหนังจากแสง สามารถต่อต้านมะเร็งผิวหนัง และชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว
3.) ช่วยให้ผิวดูสวยอมชมพูมีเลือดฝาด
4.) บำรุงผิวพรรณให้สดใส เปล่งปลั่ง ผิวมีสุขภาพดี ไม่ไวต่อแสง
5.) มีฤทธิ์ที่ดีมากในการช่วยยั้บยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของไขมันชนิด Low density lipoprotein (LDL) จึงสามารถป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Atherosclerosis) ลดอัตราเสี่ยงของการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด
6.) ลดอัตรการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด

lycopene puritanไลโคปีน (Lycopene) 

เป็นสารที่สามารถป้องกันการเกิดโรคเรื้อรังได้หลายชนิดโดยเฉพาะโรคมะเร็งต่างๆ เนื่องจาก ไลโคปีน(Lycopene) มีคุณสมบัติพิเศษในการจับกับ อนุมูลอิสระ (Free radical) ในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญอันหนึ่งของการทำลายสายดีเอ็นเอและนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งในที่สุด หรือที่เรียกกันว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ“แอนตี้ออกซิแดนท์ ( Antioxidant)” นั่นเอง ไลโคปีน(Lycopene) ยังเป็นสารที่มีฤทธิ์ที่ดีมากในการเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ Antioxidant) ใน ร่างกายช่วยยั้บยั้งการเกิดออกซิเดชั่นของไขมันชนิด Low density lipoprotein (LDL) ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดี จึงสามารถป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดแข็ง ตัว(Atherosclerosis)ได้นอกจากนี้มีรายงานว่าการรับประทานมะเขือเทศหรือ ผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศเป็นประจำ จะช่วยลดความความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่ อวัยวะต่างๆ ที่ชัดเจนที่สุดคือ มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate cancer) รองลงมา คือมะเร็งปอด กระเพาะอาหาร นอกจากนี้ก็ยังแสดงให้เห็นประโยชน์ของการได้รับไลโคปีน(Lycopene) ในการลดความเสี่ยงของ มะเร็งตับอ่อน ลำไส้ใหญ่ (colon) ทวารหนัก คอหอย ช่องปาก เต้านม ปากเป็นต้น

lycopene puritan prideแหล่งที่พบไลโคปีน (Lycopene) 

จะพบมากในมะเขือเทศ โดยเฉพาะมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจะทำให้การยึดจับของไลโคปีน (Lycopene) กับเนื้อเยื่อของมะเขือ เทศอ่อนตัวลง ทำให้ไลโคปีน(Lycopene) ถูกร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่า นอกจากนี้ความร้อนและกระบวนการต่างๆในการผลิตผลิตภัณฑ์มะเขือเทศยังทำให้ไลโคปีน (Lycopene) เปลี่ยนรูปแบบ (จากไลโคปีนชนิด “ออ ลทรานส์”(all-trans-isomers)เป็นชนิด “ซิส” (cis -isomers)) คือ เป็นชนิดที่ละลายได้ดีขึ้น และนอกจากในมะเขือเทศแล้ว ยังพบได้ในฝรั่ง แตงโม และส้มโอ แต่ในมะเขือเทศจะเป็นแหล่งไลโคปีน (Lycopene) ที่พบมากที่สุดและดีที่สุด

มีผลการวิจัยทางการแพทย์ที่ระบุว่าเมื่ออายุมาก ขึ้น ปริมาณของไลโคปีนในร่างกายจะลดลง ส่งผลให้โอกาสในการเกิดโรคเรื้อรังหลายชนิด เช่น โรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากไลโคปีนเป็นสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (Antioxidant) ที่มีความแรงมาก และมีส่วนสำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง กลไกการออกฤทธิ์ที่สำคัญคือเข้าไปจับกับอนุมูลอิสระ (Free radical) ในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของการทำลายสายดีเอ็นเอ อันก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ไลโคปีนจะช่วยลดการก่อกลายพันธุ์ ทำให้สามารถยับยั้งวงจรชีวิตของเซลล์มะเร็งในช่วงต้น (ระยะ G1) และลดการเกิดเนื้องอกได้ เมื่อเทียบกับสารประกอบในกลุ่มแคโรทีนอยด์ชนิดอื่นๆ ไลโคปีนเป็นแคโรทีนอยด์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากมีโครงสร้างที่ต่อกันเป็นสายยาวกว่า ดังรายงานการศึกษาเปรียบเทียบผลในการต้านอนุมูลอิสระในหลอดทดลอง พบว่าไลโคปีนมีฤทธิ์ที่ดีกว่าเบต้าแคโรทีนและแอลฟาโทโคฟีรอลถึง 2 และ 10 เท่าตามลำดับ มีความเชื่อว่าไลโคปีนสามารถปรับระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกัน ตลอดจนเมตาบอลิซึมในร่างกายได้ นอกจากนี้การรับประทานไลโคปีนในปริมาณสูงยังช่วยยับยั้งเอนไซม์สำคัญที่ใช้ สังเคราะห์โคเลสเตอรอล และเร่งสลายโคเลสเตอรอลชนิดไม่ดีหรือ LDL (Low density lipoprotein) ที่มีส่วนทำให้เกิดโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดแข็งตัวได้อีกด้วย

ร่างกายของคนเราควรได้รับปริมาณไลโคปีน อย่างน้อย 6.5 มก.ต่อวัน ซึ่งเทียบได้กับการทานมะเขือเทศเป็นส่วนประกอบในอาหาร 10 ครั้งต่อสัปดาห์ ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่าการได้รับไลโคปีนมากเกินไปจะมีผลเสียต่อร่าง กายอย่างไร

lycopene puritan pride 2