Probiotic Acidophilus with Pectin 3 billion / 100 Capsules ( Puritan ‘s Pride )

Probiotic Acidophilus with Pectin 3 billion / 100 Capsules ( Puritan ‘s Pride )

ราคา 550- 

จากการวิจัยทางการแพทย์ใช้ลด สาเหตุการเกิดสิว ระบบภูมิต้านทานผิวหนังมีปัญหา เป็นสิว ผิวแพ้ง่าย มีปัญหากลิ่นปาก กลิ่นตัวแรง รวมถึงแก้ปัญหาอาการตกขาวเรื้อรัง ผลิตเอมไซด์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร ลดภาวะท้องผูก ริดสีดวงทวาร แก้ปัญหากรดไหลย้อน แสบร้อนหน้าอก สภาวะโรคเครียด

probiotic-acidophilus-puritan-+-detail……………………………………………………………………………………………………

ขนาดรับประทานวันละ 1-3 เม็ด / วัน พร้อมอาหาร

Directions: For adults, take one (1) to three (3) capsules daily, preferably with meals.
……………………………………………………………………………………………………Probiotic Acidophilus with Pectin 3 billion / 100 Capsules ( Puritan ‘s Pride )Probiotic (จุลินทรีย์สุขภาพ)

เป็นจุลินทรีย์ชนิดดี เมื่อรับประทานจะช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้โดยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ สุขภาพ และลดจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้ จุลินทรีย์เหล่านี้มีการศึกษาวิจัยทางการแพทย์อย่างมากมายที่ยืนยันถึง ประโยชน์ของการบำรุงสุขภาพและป้องกันโรคต่างๆ จุลินทรีย์ชนิดดีที่นิยมและเป็นที่รู้จักกันดีได้แก่ แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส (Lactobacillus acidophilus) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีการวิจัยทางการแพทย์ถึงประโยชน์ทั้งต่อสุขภาพลำไส้ และสุขภาพร่างกายมากมาย และบิฟิโดแบคทีเรียม ลองกัม (Bifidobacterium longum) เป็นจุลินทรีย์ชนิดดีที่อาศัยอยู่หนาแน่นในลำไส้คน ปกป้องลำไส้โดยการแย่งอาหารและที่อยู่ของจุลินทรีย์ชนิดร้าย ปริมาณของจุลินทรีย์ชนิดดีที่ใช้ในการรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ ต้องใช้จุลินทรีย์มีชีวิตและแข็งแรงก่อนการรับประทานเข้าสู่ร่างกายไม่ต่ำ กว่าพันล้านตัว/กรัม  และใช้ Noltec เทคโนโลยี เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ได้จุลินทรีย์เพื่อชีวิตมีมาตรฐานทางคุณภาพตามที่ กำหนดและทำให้จุลินทรีย์มีอายุยืนนานการถึง 3 ปี

Probiotic Acidophilus with Pectin 3 billion / 100 Capsules ( Puritan ‘s Pride )ประโยชน์แลคโตบาซิลลัส แอซิโดฟิลัส (Lactobacillus acidophilus)

1)   ช่วยย่อยอาหารจำพวกนมและผลิตภัณฑ์จากนม เนื่องจากจุลินทรีย์ชนิดนี้สามารถสร้างเอ็นไซม์แลคเตสได้ในปริมาณมาก จึงช่วยลดอาการท้องเสียจากนมได้ดี

รวมถึงการแก้ไขปัญหาภาวะกรดไหลย้อน แสบร้อนหน้าอก ซึ่งคุณสมบัติของจุลินทรีย์ตัวนี้สามารถ ลดแก๊สในกระเพาะอาหารและบรรเทาอาการแสบร้อนหน้าอก

2)   ช่วยคืนสมดุลให้ระบบจุลินทรีย์ในลำไส้ หลังจากที่ร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะ  ลดอาการไม่สบายท้องเช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้องมาก

3)   ยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ก่อโรค โดยการผลิตกรด แลคติกและกรดอื่นๆ อีกหลายตัว เช่น กรดอะซีติก (Acetic acid) กรดเบนโซอิก (Benzoic acid) ที่ทำให้เกิดสภาพเป็นกรดในลำไส้ ทำให้ จุลินทรีย์ก่อโรค ไวรัส ยีสต์ และเชื้อรา ( แคนนิดา อัลบิแคน ) ซึ่งเป็นเชื้อราที่ทำให้เกิดอาการตกขาว คันในช่องคลอดของสตรี ลดจำนวนน้อยลง

4)   ช่วยกำจัดจุลินทรีย์และยีสต์ที่ก่อให้เกิดโรคหรืออันตรายแก่ร่างกาย เช่นช่องคลอดอักเสบเรื้อรังจากยีสต์, การติดเชื้อสแตฟฟิลโลคอดคัส (Staphylococcus) โดยการสร้างสารปฏิชีวนะธรรมชาติ   แบคเทอริโอซิน (Bacteriocin) แอซิโดลิน (Acidolin) แอซิโดลฟิลิน (Acidolphilin), แลคโตซิดิน (Lactocidin) แลคโตบิซิลลิน (Lactobicillin) แลคโตบริเวน (Lactobreven) ขึ้นมาทำลายเชื้อโรคร้ายเหล่านี้ นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันและยับยั้งหวัดและเริมอีกด้วย

5)   เสริมสร้างภูมิต้านทานในร่างกาย โดยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาว

6)   ช่วยยับยั้งการสร้างโคเลสเตอรอลที่ตับ

7)   ยับยั้งการเจริญเติบโตของมะเร็งบางชนิด เช่น มะร็งลำไส้ ช่วยล้างพิษ

8)   ช่วยสร้างวิตามินบีหลายตัว ซึ่งช่วยในการป้องกันการแข็งตัวของเลือด ลดอาการเครียด เหนื่อยล้า

แลคโตบาซิลัส  Lactobacillus bulgaricus จุลินทรีย์มหัศจรรย์

ทุกคนคงเคยได้ยินชื่อ lactobacillus กันมาบ้าง  เราจะพบ lactobacillus นี้ได้ตามผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต สงสัยกันมั๊ยคะว่า  lactobacillus นี้มีประโยชน์อย่างไร  ทำไม? ถึงได้อยู่ในผลิตภัณฑ์พวกนั้น

มิโนรุ ชิโรต้า

จาก ” ทฤษฎีการมีสุขภาพที่ดี และอายุยืนยาว ”  ของ ดร. เอไล แมทชนิคอฟฟ์ สู่แนวความคิดที่ว่า ” ลำไส้ที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นหนทางสู่การมีอายุยืนยาว ”  ของ ดร. มิโนรุ ชิโรต้า

เจ้าของ “ทฤษฎีการมีสุขภาพดี และอายุยืนยาว (The Prolongation of Life)” ประมาณปี ค.ศ. 1900 นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซีย ชื่อ ดร. เอไล แมทชนิคอฟฟ์ (มีชีวิตอยู่ระหว่าง ค.ศ. 1845 – 1916) ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับเคล็ดลับของการมีอายุยืนยาว โดยเขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า  ความไม่สมบูรณ์ทางสุขภาพของคนเรานั้นน่าจะเกิดจากการบูดเน่า และสารพิษต่างๆ ที่มาจากการกระทำของ แบคทีเรียในลำไส้ 
          ในขณะที่เขาทำการศึกษาและทำวิจัยเรื่องนี้อยู่ เขาอาศัยอยู่ในประเทศบัลแกเลีย และได้สังเกตว่า ที่ประเทศนี้มีผู้สูงอายุอยู่มาก อีกทั้งผู้สูงอายุเหล่านี้ก็รับประทานโยเกิร์ตเป็นประจำ สาเหตุที่ทำให้ชาวบัลแกเลียมีอายุยืนยาว ก็น่าจะเนื่องมาจาก แบคทีเรียกรดนม  ในโยเกิร์ต ที่ช่วยทำลายและควบคุมแบคทีเรียซึ่งทำให้เกิดการเน่าเสียขึ้นในลำไส้

ในขณะนั้นทฤษฎีนี้สร้างความตื่นเต้น และเป็นที่สนใจกันมาก ส่งผลให้ผู้คนทั่วโลกหันมารับประทานโยเกิร์ตเพื่อสุขภาพกันมากขี้น ถึงเเม้จะมาทราบในภายหลังว่า Lactobacillus Bulgalicus ซึ่ง เป็นแบคทีเรียกรดนมชนิดหนึ่งที่พบในโยเกิร์ตนั้นถูกฆ่าตายโดยกรดในกระเพาะ อาหารและน้ำดีจากตับ และไม่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ในลำไส้คนเราได้ แต่ทฤษฎีดังกล่าวถูกถูกเพิก เฉย หลังจาก ดร. เอไล แมทชนิคอฟฟ์ ได้เสียชีวิตลงเมื่อเขาอายุ 71 ปี

หลังจากนั้นไม่นาน ในปี ค.ศ. 1930 ดร. มิโนรุ ชิโรต้า ได้ทำการ ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเเบคทีเรียกรดนมในลำไส้คน และได้ค้นพบแบคทีเรียกรดนมที่สามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ในลำไส้คนเรา ช่วยปลุกกระแสให้คนกลับมาสนใจถึงประโยชน์ของแบคทีเรียกรดนมอีกครั้ง ตามเเนวความคิดของ ดร. มิโนรุ ชิโรต้า ที่ว่า “ลำไส้ที่สมบูรณ์แข็งแรงเป็นหนทางสู่การมีอายุยืนยาว” ดังคำกล่าวของเขาที่ว่า “Kencho Choju – Healthy intestine leads to a long life”

   ดร. มิโนรุ ชิโรต้า ประสบความสำเร็จในการคัดเลือกจุลินทรีย์กรดนม ที่มีความสามารถในการทนต่อสภาวะกรดและด่างที่รุนแรงในร่างกายคนเราและสามารถ มีชีวิตอยู่ได้ในลำไส้ ซึ่งก็คือ จุลินทรีย์ชิโรต้า หรือ แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ชิโรต้า (Lactobacillus Casei Shirota Strain)

หน้าตาแลคโตบาซิลลัส

  lactobacillus  มีรูปร่างเป็น ท่อนเดี่ยว หรือ ต่อกันเป็นสายสั้น ไม่สร้างสปอร์ เจริญได้ทั้งในสภาวะที่มีออกซิเจนและไม่มีออกซิเจน (facultative anaerobe ) ไม่เคลื่อนที่  และจัดเป็น แบคทีเรียแกรมบวก (gram positive bacteria)

Lactobacillus bulgaricus

lactobacillus ชอบเจริญที่ อุณหภูมิปานกลาง แต่บางชนิดชอบเจริญที่อุณหภูมิต่ำ  และจัดอยู่ในกลุ่ม lactic acid bacteria เป็นแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลคติกที่สามารถหมัก น้ำตาลกลูโคส (glucose) น้ำตาลแลคโตส (lactose) ให้เกิดกรดแลคติก (lactic acid fermentation)

กรดแลคติก ได้จากการที่ แบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus)ย่อยสลายสารอาหารโดยไม่ใช้ก๊าซออกซิเจน จึงมีการนำจุลินทรีย์เหล่านี้มาใช้ประโยชน์ในการหมักหรือผลิตอาหารบางชนิด เช่น นมเปรี้ยว โยเกิร์ต เต้าหู้ยี้ การดองผักและผลไม้ต่าง ๆ แบคทีเรียในกลุ่มนี้มีความสามารถในการทนกรดที่ตัวมันผลิตขึ้นมาในปริมาณสูง ๆ ได้ ปกติ เจริญในช่วงอุณหภูมิค่อนข้างกว้างคือตั้งแต่ 5-45 องศา การที่เป็นแบคทีเรียที่ไม่ชอบใช้ออกซิเจนหรือชอบแต่ในสภาวะที่มีออกซิเจน น้อย จึงทำให้เกิดการสลายน้ำตาลไปเป็นกรดแลคติกในสภาวะที่มีออกซิเจนน้อย

แลคโตบาซิลัส (Lactobacillus)  
สามารถช่วย รักษาสมดุลของระบบทางเดินอาหารโดยเฉพาะลำไส้ ของเรา ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานและช่วยให้สุขภาพเราดีขึ้น และ ช่วยลดการอักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหารอีกด้วย  ซึ่งเราถือว่า แลคโตบาซิลลัสนี้ เป็น โปรไบโอติก (Probioti) ชนิด หนึ่ง  ซึ่งหมายถึง แบคทีเรียในสภาพที่ยังมีชีวิตอยู่ ในรูปที่เป็นอาหารหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เมื่อรับประทานด้วยปริมาณที่พอเหมาะจะส่งเสริมสุขภาพของผู้บริโภค

 เชื้อจุลินทรีย์ Lactobacillus เป็นเชื้อที่ดีที่สามารถมีชีวิตอยู่รอดภายในลำไส้มนุษย์ได้  เนื่องจากมี ความสามารถทนต่อกรดและน้ำดีที่มีอยู่ภายในลำไส้ ซึ่งเชื้อทั้งดีและไม่ดีส่วนใหญ่จะถูกทำลายเพราะทนกรดในกระเพาะอาหารไม่ได้  แต่ Lactobacillus ยังสามารถ ยึดเกาะกับผนังลำไส้ ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังพบว่า แลคโตบาซิลัส สามารถช่วยกระตุ้นภูมิต้านทานของร่างกาย  จากการศึกษาวิจัยพบว่า ถ้าหากจุลินทรีย์สามารถเกาะติดกับเยื่อบุผนังลำไส้และแบ่งตัวเพิ่มขึ้นก็จะช่วย ป้องกันมิให้จุลินทรีย์ชนิดที่ก่อโรคเกาะติดลำไส้และหลั่งสารพิษออกมา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง

ดังนั้นคุณสมบัติของการเกาะติดผนังลำไส้ของจุลลินทรีย์แลคโตบาซิลัส จึงมีความสำคัญมาก เพราะจะสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ E.Coli ที่ทำให้เกิดท้องร่วง หรือเชื้อ Salmonella ที่ทำให้เกิดโรคไทฟอยด์ และจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัสก็จะไม่ทำอันตรายต่อเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ตามธรรมชาติของมนุษย์

นอกจากนี้ จุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส ยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายเช่นเดียวกับวัคซีน ผลการทดลองบ่งชี้ว่าจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัสที่รับประทาน ช่วยป้องกันโรคหรือภาวะผิดปกติบางอย่างของร่างกาย เช่น อาการอักเสบต่าง ๆ โรคภูมิแพ้ และภาวะการดูดซึมอาหารบกพร่อง

นอกจากนี้แล้ว แลคโตบาซิลลัสยังมีคุณประโยชน์ สร้างสารอาหารที่จำเป็นแก่ร่างกาย โดยจะช่วยสร้างกรดไขมันจำเป็นหรือกรดไขมันชนิดที่มีสายโมเลกุลสั้น ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อเซลล์บริเวณลำไส้ และยังสามารถสร้างสารที่ช่วยต้านมะเร็งได้   โดยแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง ทำให้สารดังกล่าวไม่สามารถทำอันตรายกับเซลล์ร่างกายได้อีก

และ Lactobacillus bulgaricus ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่นิยมเติมในโยเกิร์ตนั้น มีคุณสมบัติในการต้านมะเร็ง นอกจากนี้  ยังสามารถจับโลหะหนักและกรดน้ำดี  ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งได้ ตลอดจนสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ผลิต สารไนเตรต (ไนเตรตเป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง) และทำปฏิกิริยากับสารฟลาโวนอยด์ ทำให้เกิดสารธรรมชาติที่สามารถต้านมะเร็งได้ดี

แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus)  ยังสามารถ กระตุ้นระบบภูมิต้านทาน ซึ่งจะยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรียที่เป็นอันตรายและเชื้อรา อาทิเช่น ราแคนดิดา เนื่องจาก แบคทีเรียประเภทนี้จะทำให้บริเวณลำไส้มีสภาวะเป็นกรด ทำให้แบคทีเรียที่เป็นอันตรายไม่สามารถอยู่รอดได้

นอกจากนี้ แลคโตบาซิลัสยังสร้างไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคต่าง ๆ  และช่วย  ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ  เนื่องจากแบคทีเรียแลคโตบาซิลัสช่วยควบคุม ระดับคลอเลสเตอรอลและกลีเซอไรด์  ในกระแสเลือดได้

ผู้เชี่ยวชาญทางโภชนาการได้แนะนำว่า  การรับประทานโยเกิร์ตเป็นอาหารเช้าจะช่วยทำให้  สมองทำงานได้ดีขึ้น เนื่องจากในโยเกิร์ตมี  กรดอะมิโนไทโรซีน ในปริมาณสูง มีฤทธิ์  กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท