Raspberry Ketones & Green Tea Complex 600 mg / 60 Capsules ( Puritan ‘s pride )

Raspberry Ketones & Green Tea Complex 600 mg / 60 Capsules (Puritan ‘s pride )

ราคา 690-

อาหารเสริมควบคุมน้ำหนักสกัดจากผลราสเบอ รี่ที่ความเข้มข้นของ Raspberry Ketone 500 mg ต่อเม็ด ผนวกกับสารสกัดชาเขียว ที่ช่วยเสริมฤทธฺืกันอย่างดีช่วยเผาผลาญไขมัน โดยไม่ต้องควบคุมอาหารหรือออกกำลังหักโหม โดยเป็นสารสกัดจากผลไม้ตามธรรมชาติ 100% สกัดพิเศษ ไม่มีผลข้างเคียง ไม่กลับมาอ้วนอีก ไร้ปัญหาโยโย่เอฟเฟคเมื่อหยุดใช้ ช่วยลดขนาดของเซลลไขมัน และป้องกันไม่ให้ไขมันสะสมเพิ่ม บวกกับเร่งสลายไขมันส่วนเกิน เช่น หน้าท้อง สะโพก แขน ขา ให้กระชับขึ้น

Raspberry Ketones & Green Tea Complex 600 mg / 60 Capsules ( Puritan ‘s pride )ประโยชน์ Raspberry Ketones (ราสเบอร์รี่ คีโตน)

– ช่วยเผาผลาญไขมัน โดยไม่ต้องควบคุมอาหารหรือออกกำลังหักโหม โดยเป็นสารสกัดจากผลไม้ตามธรรมชาติ 100% สกัดพิเศษ ไม่มีผลข้างเคียง ไม่กลับมาอ้วนอีก ไร้ปัญหาโยโย่เอฟเฟคเมื่อหยุดใช้

–  มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Anti-oxidant) ชนิดหนึ่ง ช่วยรักษาเซลล์จากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ

–  มีผลการวิจัยยืนยันจากแพทย์ชื่อดังในรายการสุขภาพของเมริกา Dr.OZ

– จากรายงานของทาง FDA  (องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ) ยอมรับงานวิจัยทางวิชาการที่ระบุว่า raspberry ketones มีคุณสมบัติในการลดน้ำหนักได้ โดยปลอดภัย

Raspberry Ketones & Green Tea Complex 600 mg / 60 Capsules ( Puritan ‘s pride )Raspberry Ketones & Green Tea Complex 600 mg / 60 Capsules ( Puritan ‘s pride )เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ EGCG และ GREEN TEA ( ชาเขียว )

ชาเขียว ให้ประโยชน์แก่ร่างกายมากมายหลายประการ  โดยมีสารสำคัญที่ทำให้เกิดประโยชน์ (Active Health Component) ที่เรียกว่า โพลีฟีนอล (Polyphenols) หรือเรียกกันทั่วไปว่า คาเทชิน (Catechins) ซึ่ง Catechins นี้จะมีปริมาณ 30-40 % ของส่วนที่เป็นของแข็งที่สามารถสกัดได้จากใบชาเขียวแห้ง

green teaคาเทชินที่อยู่ในชาเขียว ประกอบไปด้วย Epigallocatechin-3-gallate (EGCG), Epicatechin-3-gallate, Epicatechin, Epigallocatechin, Gallocatechin gallate and Catechin ในทั้งหมดนี้ สารที่มีมากที่สุดคือ Epigallocatechin-3-gallate หรือ  อี จี ซี จี (EGCG)     ขนาดใบชาเขียวแห้ง 1 ซอง (1.5 กรัมต่อซอง) จะให้ EGCG ประมาณ 35 – 110 mg    EGCG นับได้ว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ  ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดในชาเขียวและมีปริมาณมากที่สุด มีความแรงของการต้านอนุมูลอิสระมากกว่า วิตามินซี และวิตามินอี 25-100 เท่า  การรับประทานชาประมาณ 1 แก้วต่อวัน จะให้สารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าการรับประทาน แครอท บรอคเคอรี ผักโขมและสตรอเบอร์รี ในขนาดที่รับประทานในแต่ละมื้อ และมีหลายงานวิจัยระบุว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย ดังนี้

1. ช่วยลดความอ้วน ด้วยกลไกของการกระตุ้นปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมัน (Stimulates Fat Oxidation)       มีรายงานวิจัยที่มีข้อมูลสนับสนุนว่า EGCG ช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญพลังงานของเนื้อเยื่อไขมัน และมีรายงานการทดลองในคนแล้วว่า ช่วยลดความอ้วนได้  นอกจากนี้ มีงานวิจัยที่ทำในคนไทย โดยแบ่งผู้ที่น้ำหนักเกินเป็นสองกลุ่ม ได้รับสารสกัดชาเขียว และยาปลอม กลุ่มที่ได้รับชาเขียวมีน้ำหนักน้อยกว่า 2.7, 5.1 และ 3.3 ก.ก.    ในสัปดาห์ที่ 4, 8  และ 12 ของการวิจัย

2. ช่วยลดไขมันในเลือด แม้จะลดไขมันในเลือดได้ไม่มากนักแต่ก็มีงานวิจัยที่ดีรองรับสองงานวิจัย ในงานวิจัยแรก พบว่า เมื่อรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงการดื่มชาในปริมาณปานกลางหรือปริมาณมาก ร่วมด้วย จะลดปริมาณ ไขมันในเลือดชนิด ไตรกลีเซอไรด์ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ในช่วง 6 ชั่วโมงหลังทานอาหารและดื่มชา โดยลดการเพิ่มระดับของไขมันชนิด ไตรกลีเซอรไรด์ในเลือดได้ถึง 15.1-28.7%   อีกงานวิจัยพบว่า ผู้ที่ดื่มชาประมาณ สองถ้วยต่อวัน สามารถลดไขมันในเลือดชนิดโคเลสเตอรอลลงได้เล็กน้อย (119.9 เป็น 106.6 มก./ดล.)  แต่ก็มีนัยสำคัญทางคลินิก

3. ช่วยโรคเส้นเลือดอุดตัน มีรายงานวิจัยว่า  สารสำคัญในชาเขียว สามารถลดการหดเกร็งของเส้นเลือดฝอย ลดการเกิดตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดฝอย ทำให้ลดอุบัติการณ์ของโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายจากการขาดเลือด (Myocardial Infarction) และอัมพฤกษ์ อัมพาตจากเส้นเลือดตีบตัน (Stroke)   นอกจากนี้ EGCG        ยังเป็นตัวยับยั้งการเกิด การสันดาป Oxidation ของโคเลสเตอรอล  ทำให้ลดการเกิด การสะสมสร้างตะกอน (Plaque) ในเส้นเลือดจากโคเลสเตอรอล ทำให้ลดการเกิด เส้นเลือดแข็งตัวตีบตัน (Atherosclerosis)  และลดอุบัติการณ์ของโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ (Coronary Atherosclerosis)  ในงานวิจัยในสัตว์ทดลองยังลดการเกิดเส้นเลือดในปอดตีบตัน (Pulmonary Thrombosis) อีกด้วย  ส่งให้เป็นผลดีต่อสุขภาพของหลอดเลือดหัวใจ ไม่นานนี้มีงานวิจัยทางระบาดวิทยาในคนญี่ปุ่น พบว่า ผู้ที่ดื่มชาเขียว จะลดการเกิดโรคเส้นเลือดทางสมองทั้งโรคเส้นโลหิต      ในสมอง แตก (Cerebral hemorrhage) และเส้นเลือดสมองตีบ  (Cerebral infarction) ได้จริง

4. ต่อต้านอนุมูลอิสระ และต่อต้านมะเร็ง (Antioxidant and Anticancer) ชาเขียวมีผลต่อการยับยั้งการเกิดมะเร็งได้หลายชนิดทั้งในคนและสัตว์ เพราะมีฤทธิ์ทางด้านการต้านอนุมูลอิสระอย่างมาก จากการวิเคราะห์งานวิจัยที่เชื่อถือได้ของ Cochrane Database ตีพิมพ์ล่าสุด จำนวน 51 งานวิจัยทั่วโลก แม้จะมีจำนวนงานวิจัยที่จำกัด พบว่าการดื่มชาเขียว ลดอุบัติการณ์เกิด มะเร็งตับ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งตับอ่อน

5.ช่วยทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เนื่องจากมีผลในการกระตุ้นการทำงานระดับเซลล์และนอกจากสรรพคุณดังกล่าวจาก สาร EGCG ที่มีอยู่ในชาเขียวแล้ว ชาเขียวยังให้สารอื่นๆ อีกมากมายเช่น สารคลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ซึ่งมีประโยชน์ต่อขบวนการการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง และขับสารพิษตกค้างออกจากร่างกายของเรา และจะทำงานร่วมกับสาร EGCG ในการช่วยทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น และลดความเสี่ยงจากอันตรายของสารพิษและอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นชาเขียวยังมีวิตามิน (Vitamins) เกลือแร่ (Minerals) และสารอาหารจากพืชที่มีความสำคัญต่อร่างกายอีกมากมาย

Raspberry Ketones & Green Tea Complex 600 mg / 60 Capsules ( Puritan ‘s pride )นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยเพิ่มเติมว่า การดื่มชาเขียวปริมาณมากยังลดการเกิด มะเร็งมดลูก (endometrial adenocarcinoma) มะเร็งเต้านม และมะเร็งถุงน้ำดี ได้อีกด้วย การดื่มชาเขียวที่ร้อนมีงานวิจัยว่าอาจเพิ่มมะเร็งหลอดอาหารใน ชาวตะวันออกกลาง ยิ่งร้อนมากยิ่งเพิ่มมาก  แต่ก็พบว่ากลับลดการเกิด มะเร็งหลอดอาหาร ในชาวเอเชีย และสำหรับคนเอเชีย อาหารที่ร้อนจัดอื่น ๆ จะเพิ่มการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร ) ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือ ถ้าจะดื่มชาร้อน ก็ไม่ควรให้ร้อนจัดจนเกินไป

ทั้งนี้เพราะสารสกัดประเภทโพลีฟีนอลในชาเขียวมีผลยับยั้งมะเร็งจำนวนมาก ด้วยกลไกที่หลากหลายโดยเฉพาะสารสำคัญตัวหนึ่งในชาเขียวคือ epigallocatechin-3-gallate (EGCG) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณภาพสูงในชาเขียว ยังมีผลยับยั้งเซลล์มะเร็งของคนได้หลายชนิดอย่างชัดเจน ที่มีงานวิจัยในเซลล์มะเร็งของคนพบว่าสามารถยับยั้งการเจริญการแบ่งตัว และทำลายเซลล์มะเร็งของคนได้หลายชนิด ได้แก่

มะเร็งกระเพาะอาหาร  มะเร็งปอด มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด นอนฮอดกินจ์  Human high-grade non-Hodgkin’s lymphoma  มะเร็งหู คอ จมูก Human head and neck squamous cell carcinoma  มะเร็งตับ มะเร็งปากมดลูก  มะเร็งต่อมลูกหมาก  มะเร็งสมอง ชนิด  Medulloblastoma  มะเร็งเต้านม  มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งรังไข่  มะเร็งผิวหนังที่เกิดจากไฝ  Human melanoma  มะเร็งตับอ่อน  มะเร็ง เม็ดเลือดขาวหกชนิด ได้แก่  Lymphoblastoid B cells,  Myeloid leukemic cells,  B cell,  Multiple myeloma และ HL 60 และ HL 62  มะเร็ง ปาก Oral carcinoma cell  มะเร็งกระดูก  มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ  มะเร็งท่อน้ำดี  มะเร็งต่อมหมวกไต

ข้อควรระวังในการดื่มชาเขียวคือ ในชาเขียวตามธรรมชาติ มีสารคาเฟอีน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ไม่ง่วงนอน   จึงเป็นที่แนะนำว่า ไม่ควรรับประทาน ชา/กาแฟ ก่อนนอน เพราะจะทำให้นอนไม่หลับ และไม่ควรบริโภคในเด็ก นอกจากนี้ไม่ควรดื่มชาที่ร้อนจัด (เพราะอาจเพิ่มมะเร็งหลอดอาหารได้ จากบางวิจัยตะวันออกกลาง แม้ในเอเชียจะลดมะเร็งนี้ก็ตาม)

สารสกัดจากชาเขียว EGCG จะมีคุณประโยชน์เทียบเท่ากับการดื่มชาเขียวคุณภาพดี แต่จะมีสารคาเฟอีนในปริมาณที่น้อยมากๆ  คือในปริมาณ เพียง 0.05 ม.ก. ซึ่งน้อยกว่าชาเขียวที่ชงดื่มทั่วไป ถึงประมาณ 900 เท่า ทำให้ไม่มีผลต่อการกระตุ้นประสาท หรือนอนไม่หลับ แต่อย่างใด และไม่มีอันตรายหรือความเสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้นจากการดื่มชา  ที่ร้อนอีกด้วย