Vitamin B-150™ Complex 100 Caplets ( Puritan’s Pride )

Vitamin B-150™ Complex 100 Caplets ( Puritan’s Pride )

ราคา 950 

วิตามินบีรวมสูตรเข้มข้น 150 mg บำรุงระบบประสาทและสมอง การหมุนเวียนโลหิต ผม และเล็บผลิตภัณฑ์วิตามินบีรวม ช่วยบำรุงร่างกาย บำรุงประสาท เพิ่มเมตาบอลิซึม ระบบการไหลเวียนของเลือด บำรุงผิวหนัง บำรุงผมและเล็บ ประกอบด้วย Biotin ,Pantothenic Acid, PABA, Inositol,Choline Bitartrate และ Alfalfa, Watercress, Parsley, Soy Lecithin and Rice Bran มีประโยชน์ต่อร่างกาย อย่าเพียงเข้าใจว่าช่วยเแต่เพียงเหน็บชาและบำรุงปลายประสาท เพราะตัวนี้เป็นเสปคเต็มโดสที่ช่วยเรื่องกลไกการขับเคลื่นทุกอย่างของร่าง กาย แม้กระทั่งการรักษาผมหงอกในผู้สูงวัยยังมีการนำไปใช้และให้ผลดีขึ้นโดยทาน ร่วมกับ Co-q 10 อันนี้เป็นงานวิจัยที่ถูกตีพิมพ์ออกมาในวารสารทางการแพทย์ของมหาลัยฟอลิด้า อย่างชัดเจน 

Vitamin B-150™ Complex 100 Caplets ( Puritan’s Pride )วิธีรับประทาน: วันละ 1 เม็ด พร้อมอาหาร

Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex เป็นอาหารเสริมสูตรวิตามินบีรวม สูตรพิเศษแบบเต็มโด๊ส บำรุงสมองประสาทเป็นพิเศษ มีผสมไปในสูตรหลายอย่าง ทั้ง B-1, B-2, Niacin, Inositol, PABA, Pantothenic Acid and Choline Bitartrate,B-6, B-12 Biotin, และ Folic Acid. สำหรับเราที่ผ่านประสบการณ์การนำเข้าสินค้ามานาน เราถือว่า Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex เป็นสูตรที่ยอดเยี่ยมสูตรหนึ่งเลยทีเดียว เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนนั่งทำงาน อ่อนล้าจากการทำงานในออฟฟิศในแต่ละวัน ใช้สมองมากเป็นพิเศษ กลับถึงบ้านหอบความเครียดตามกลับไปด้วย Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex ยังสามารถช่วยบำรุงคนที่ป่วยที่ป่วยเกี่ยวกับระบบประสาท แล้วต้องการฟื้นฟูระบบประสาท ถือว่าจำเป็นอย่างยิ่ง

วิตามิน Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex จำเป็นมากสำหรับ คนวัยทำงานนอนดึกตื่นเช้ามักจะหาซื้อมาบำรุงร่างกายในรูปของอาหารเสริม เพราะว่าในอาหารเสริมมีคุณค่าครบถ้วนกว่าวิตามินที่อยู่ในอาหารที่เรากินทุก มื้อ Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex เป็นวิตามินที่มีคุณค่าทางโภชนาการแบบครบถ้วนทำให้หนุ่มสาวชาวออฟฟิศหรือคน ทำงานอย่างเรา ๆ มีเรี่ยวแรงล้นเหลือพร้อมรบกับงาน

สรรพคุณของสารออกฤทธิ์ใน Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex

Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex

วิตามินบี หรือ วิตามินบีรวม ที่เรารู้จักมักคุ้นกันในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่คุณรู้หรือไม่ว่าวิตามินบีนั้นมีอยู่ได้หลายชนิด และต่างก็มีประโยชน์และผลข้างเคียงที่ต่างกันออกไป โดยวิตามินบีแต่ละตัวจะทำงานเสริมซึ่งกันและกัน ต้องทานร่วมกันจึงจะมีประสิทธิภาพมากกว่าแยกทาน สำหรับชนิดต่างๆของวิตามินบีรวมนั้นก็ได้แก่ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี7 วิตามินบี9 วิตามินบี12 วิตามินบี15 วิตามินบี17 และยังรวมไปถึง ไบโอติน โคลีน พาบา อิโนซิทอล อีกด้วยที่จัดว่าอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวม

สำหรับการรับประทานวิตามินบีในรูปของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้น ไม่ควรแยกรับประทานเพราะจะไม่ได้ประสิทธิภาพดีเท่าที่ควร แต่ควรรับประทานเป็นวิตามินบีรวมเพราะวิตามินบีแต่ละชนิดนั้นจะทำหน้าที่ส่ง เสริมซึ่งกันและกันและจะให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสูงสุดโดยวิตามิน บีรวมนั้นมีความจำเป็นอย่างมากต่อระบบประสาทและความสมบูรณ์ของอวัยวะต่างๆใน ร่างกาย

วิตามินบี1 (ไทอะมีน)

วิตามินบี1 หรือ ไทอะมีน มีชื่อเรียกว่า “วิตามินเสริมขวัญและกำลังใจ” เพราะมีส่วนช่วยบำรุงประสาท
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ ผัก โฮลวีท ถั่วเหลือง ข้าวโอ๊ต ถั่วลิสง รำข้าว เปลือกข้าว เมล็ดที่ไม่ผ่านการขัดสี บริวเวอร์ยีสต์ นม ไข่แดง ปลา เนื้อออร์แกนิก เนื้อหมูไม่ติดมัน
ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับผู้ใหญ่คือ 1 – 1.5 มิลลิกรัม
ผลเสียของการรับประทานเกินขนาดยังไม่พบว่ามีอาการเป็นพิษ หากรับประทานเกินขนาดก็จะถูกขับออกทางปัสสาวะและไม่มีการสะสมแต่อย่างใด แต่หากมีอาการ (ซึ่งพบได้น้อยมากๆหรือแทบไม่เกิดเลย) ก็คือ สั่น โรคเริมกำเริบ ตัวบวม กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว และภูมิแพ้
ประโยชน์ของวิตามินบี1
วิตามินบี1
1. ช่วยบำรุงประสาท กล้ามเนื้อ ทำหัวใจให้ทำงานเป็นปกติ
2. ช่วยบำรุงสมอง ความคิด สติปัญญาให้ดีขึ้น
3. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต
4. ช่วยย่อยอาหารจำพวกแป้งได้ดี
5. ช่วยบรรเทาอาการเมารถ เมาเรือ เมาเครื่องบิน
6. ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดหลังการผ่าตัดทำฟัน
7. ช่วยรักษาโรคงูสวัด
8. ช่วยรักษาโรคโรคเหน็บชา

วิตามินบี2 (ไรโบฟลาวิน)

วิตามินบี2 หรือ ไรโบฟลาวิน มีอีกชื่อว่า วิตามินจี (Vitamin G)
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ ไข่ นม ถั่ว โยเกิร์ต ชีส ผักใบเขียว ปลา ตับ ไต
ปริมาณที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับผู้ใหญ่คือ 1.2 – 1.7 มิลลิกรัม แต่ขนาดที่ใช้รับประทานต่อวันโดยทั่วไปคือ 100-300 mg.
ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด ยังไม่พบอาการที่บ่งชี้ว่าเป็นพิษที่เกิดจากการรับประทานวิตามินชนิดนี้ แต่มีความเป็นไปได้ว่าหากในร่างกายมีวิตามินชนิดนี้สูงเกินไปก็คือ คัน รู้สึกชา อาการแสบยิบๆ
โรคจากการขาดวิตามินบีชนิดนี้ได้แก่ โรคปากนกกระจอก หรือโรคขาดวิตามินบี 1 และบี 2 พบที่บริเวณริมฝีปาก มุมปาก ผิวหนัง อวัยวะสืบพันธุ์
ประโยชน์ของวิตามินบี 2
วิตามินบีรวม1. บำรุงผิวพรรณ เล็บ และเส้นผม
2. ช่วยในกระบวนการสร้างการเจริญเติบโตและสืบพันธุ์
3. เพิ่มประสิทธิภาพในการมองเห็น ช่วยบรรเทาอาการอ่อนล้าของสายตา
4. ช่วยลดความเจ็บปวดจากไมเกรน
5. กำจัดอาการเจ็บแสบในปาก ริมฝีปากและลิ้น6
6. ทำงานร่วมกับสารอื่นๆ ในการเผาผลาญอาหารประเภทแป้ง ไขมัน และโปรตีน

วิตามินบี3 (ไนอะซิน)

วิตามินบี3 หรือ ไนอะซิน สำหรับชื่ออื่นๆได้แก่ ไนอะซินาไมด์, กรดนิโคตินิก, นิโคตินาไมด์
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ ไข่ ปลา เนื้อไม่ติดมัน เนื้อขาวจากพวกสัตว์ปีก ตับ โฮลวีต จมูกข้าวสาลี ถั่วลิสง อะโวคาโด อินทผลัม ลูกพรุน มะเดื่อฝรั่ง บริเวอร์ยีสต์
ปริมาณที่แนะนำให้คุณรับประทานต่อวันคือ 13-19 มิลลิกรัม
โรคจากการขาดวิตามินบีชนิดนี้ ได้แก่ โรคเพลลากร้า (Pellagra) ลักษณะอาการคือเป็นผื่นผิวหนังอักเสบรุนแรง
ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด
1. อาจมีแนวโน้มเป็น โรคเกาต์ หรือมีอาการปวดตามข้อได้ หากในร่างกายคุณมีไนอะซินมากเกินไป
2. ผลข้างเคียงอาจมีอาการร้อนวูบวาบ หน้าแดง คันตามตัว เมื่อรับประทานเกินกว่า 100 mg.
3. ไม่ควรให้สัตว์กินไนอะซิน โดยเฉพาะสุขนัข เพราะอาจมีอาการเหงื่อออก ร้อนวูบวาบตามตัว และสร้างความอึดอัดแก่สัตว์เลี้ยงได้
4. ทำให้ผู้ที่มีแนวโน้มเป็นโรคเบาหวานมีปัญหาต่อการควบคุมน้ำตาลในเลือด หรือส่งผลให้อาการของโรคเบาหวานรุนแรงขึ้นได้และอาจทำตับทำงานผิดปกติได้ เพราะไนอะซินในร่างกายที่มีสูงมากเกินไปจะส่งผลต่อการควบคุมน้ำตาลในร่างกาย
ประโยชน์ของวิตามินบี 3

1. ช่วยบำรุงผิวพรรณ
2. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
3. ช่วยเผาผลาญไขมัน และช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น บรรเทาปัญหาต่างๆ ของระบบย่อยอาหาร
4. บรรเทาอาการปวดศีระษะจากไมเกรน
5. ลดอาการวิงเวียนศีรษะของโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน
6. เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ช่วยลดความดันโลหิต
7. ช่วยรักษาอาการร้อนในและกลิ่นปาก
8. บรรเทาอาการท้องร่วง
9.ช่วยเพิ่มพลังงานที่ได้จากการย่อยและเผาผลาญอาหาร

วิตามินบี5 (กรดแพนโทเทนิก)

แหล่งอาหารที่พบได้แก่ เนื้อสัตว์ ไก่ ตับ ไต หัวใจ ธัญพืชไม่ขัดสี รำข้าว จมูกข้าวสาลี ถั่ว ผักสีเขียว กากน้ำตาลไม่บริสุทธิ์ บริเวอร์ยีสต์
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานสำหรับผู้ใหญ่คือ 10 mg. ต่อวัน
โรคจากการขาดวิตามินบี5 ได้แก่ โรคไฮโปไกลซีเมีย (Hypoglycemia) หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ เป็นแผลในลำไส้เล็ก โรคเลือด โรคผิวหนัง
ประโยชน์ของวิตามินบี 5
1. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์
2. ช่วยลดอาการข้างเคียงจากการใช้ยาปฏิชีวนะ
3. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
4. ช่วยในกระบวนการรักษาแผล
5. ช่วยรักษาอาการช็อกหลังการผ่าตัด
6. ช่วยป้องกันการอ่อนเพลียของร่างกาย
7. ช่วยลดความเจ็บปวดจากโรคข้ออักเสบในผู้ป่วยบางรายได้
8. ช่วยรักษาอาการเหน็บชาที่มือและเท้า
9. ช่วยในการเจริญเติบโตของร่างกาย

วิตามินบี6 (ไพริด็อกซิน)

วิตามินบี6 หรือ ไพริด็อกซิน เป็นคำที่ใช้เรียกรวมกันของกลุ่มสารที่มีโครงสร้างคล้ายกันและทำงานร่วมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย ไพริด็อกซิน ไพริด็อกซาล และไพริด็อกซามีน
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ บริวเวอร์ยีสต์ รำข้าว จมูกข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ถั่วลิสง ถั่วเหลือง วอลนัท กะหล่ำปลี กากน้ำตาล แคนตาลูป ไข่ ตับ ปลา
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 1.6 – 2 mg.
ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด อาจเกิดอาการกระสับกระส่ายในเวลานอน ฝันเหมือนจริงเกินไป เท้าชาและมีอาการกระตุก สำหรับผู้ที่รับประทานขนาด 2,000 – 10,000 mg. ทุกวันอาจทำให้เกิดปัญหาต่อระบบประสาทได้ ขอแนะนำว่าควรรับประทานขนาดไม่เกิน 500 mg. ต่อวันจะปลอดภัยกว่า
โรคจากการขาดวิตามินบี6 โรคโลหิตจาง ผื่นผิวหนังอักเสบจากต่อมไขมัน
ประโยชน์ของวิตามินบี6
ประโยชน์วิตามินบีรวม1. ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้แข็ง
2. ช่วยชะลอวัยได้
3. ช่วยป้องกันการเกิด นิ่วในไต
4. ลดความเสี่ยงต่อการเป็น โรคหัวใจ
5. ทำให้ร่างกายดูดซึมโปรตีนและไขมันได้ดียิ่งขึ้น
6. ช่วยเปลี่ยนรูปของทริปโตแฟน ให้เป็นวิตามินบี3
7. ช่วยป้องกันโรคทางประสาทและโรคผิวหนังหลายชนิด8
8. ลดอาการคลื่นไส้ อาเจียน
9. เป็นยาขับปัสสาวะตามธรรมชาติ
10. ลดอาการกล้ามเนื้อหดเกร็งในเวลากลางคืน มือชา ขาเป็นตะคริว และปลายประสาทที่แขนขาอักเสบบางชนิด
11. ช่วยลดอาการปากแห้งและปัญหาด้านการปัสสาวะที่เกิดจากการรับประทานยาต้านอาการซึมเศร้าในกลุ่มไตรไซคลิก
วิตามินบี7 (ไบโอติน)

วิตามินบี7 (Biotin) หรือ วิตามินเอช เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งมีซัลเฟอร์เป็นส่วนประกอบ และจัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบีรวม
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ ตับวัว ไข่แดง นม แป้งถั่วเหลือง เนย ถั่วลิสง บริเวอร์ยีสต์ ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันคือ 100 – 300 mcg.
โรคจากการขาดไบโอติน ผมร่วง ซึมเศร้า เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หมดเรี่ยวแรง การเผาผลาญไขมันทำงานไม่สมบูรณ์ เป็นผื่นผิวหนังอักเสบบริเวณหน้าและตัว แต่ทั้งนี้ยังไม่พบผู้ที่มีอาการเป็นพิษจากการรับประทานไบโอตินเกินขนาด ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
ประโยชน์ของไบโอติน
1. ช่วยป้องกันผมหงอกได้ดี
2. ช่วยป้องกันและรักษาโรคเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะล้าน
3. ช่วยป้องกันและบำรุงรักษาเล็บที่แห้งเปราะ
4. ช่วยในการเผาผลาญไขมันและโปรตีน
5. บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ
6. ช่วยบรรเทาอาการผื่นผิวหนังอักเสบ ผดผื่นคันต่างๆ

วิตามินบี9 (กรดโฟลิก)

วิตามินบี9 หรือ กรดโฟลิก (โฟเลต,โฟลาซิน) หรือรู้จักกันในชื่อ วิตามินเอ็ม หรือ วิตามินบีซี (Bc)
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ ไข่แดง ตับ ผักใบเขียวเข้ม แครอท แคนตาลูป ฟักทอง เอพริคอต อะโวคาโด อาร์ติโช้ก ถั่ว แป้งไรย์แบบสีเข้มที่ไม่ผ่านการขัดสี ทอร์ทูลายีสต์
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานคือประมาณ 180 – 200 mcg. ต่อวัน
ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด ปัจจุบันยังไม่พบว่ามีอาการที่เป็นพิษต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณมาก ติดต่อกัน แต่ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการผื่นแพ้ได้บ้าง และหากร่างกายมีกรดโฟลิกมากเกินไป อาจทำให้เป็นโรคโลหิตจางจากการขาดวิตามินบี12 แต่ไม่แสดงออกมา
โรคจากการขาดวิตามินบี9 โรคโลหิตจางแบบแมโครไซติก หรือเม็ดเลือดแดงมีขนาดใหญ่ผิดปกติ
ประโยชน์ของวิตามินบี9
ประโยชน์ของวิตามินบี1. ช่วยบำรุงผิวพรรณและสุขภาพ
2. ช่วยแก้ปัญหาสีผิวไม่สม่ำเสมอได้
3. ช่วยชะลอให้ผมขาวช้าลง หากรับประทานร่วมกับพาบา และวิตามินบี5
4. ช่วยให้เจริญอาหาร หากร่างกายอ่อนเพลีย
5. ช่วยป้องกันแผลร้อนในได้
6. ช่วยรักษาภาวะซีดหรือโลหิตจาง
7. ทำงานออกฤทธิ์คล้ายยาแก้ปวด
8. ช่วยป้องกันพยาธิในลำไส้และอาการแพ้จากอาหารเป็นพิษ
9. ช่วยป้องกันการพิการของเด็กทารกแรกเกิด
10. ช่วยในการสร้างน้ำนมของมารดาหลังคลอดบุตร
11. ช่วยลดระดับของกรดอะมิโนโฮโมซิสเทอีนในเลือด
12. ชวยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจได้

วิตามินบี12 (โคบาลามิน)

วิตามินบี12 หรือ โคบาลามิน (Cobalamin) มีอีกชื่อที่รู้กันดีคือ วิตามินแดง หรือ ไซยาโนโคบาลามิน (Cyanocobalamin)
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ เนื้อสัตว์เป็นหลัก และตับ ไต นม ไข่แดง ชีส ปลา เนื้อหมู เนื้อวัว อาหารหมักดอง เป็นต้น
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันสำหรับผู้ใหญ่คือ 2 ไมโครกรั
หากร่างกายขาดวิตามินบี12 อาจทำให้เกิด โรคโลหิตจาง และโรคเกี่ยวกับระบบประสาทได้
ประโยชน์ของวิตามินบี12
ประโยชน์วิตามินบี1. ช่วยบำรุงประสาททำให้ระบบประสาทแข็งแรงขึ้น
2. ช่วยเพิ่มสมาธิ ความจำ และการทรงตัว
3. ช่วยบรรเทาอาการหงุดหงิด ลดความเครียด
4. ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย
5. ช่วยทำให้เด็กเจริญอาหาร
6. ทำให้ร่างกายสามารถใช้ไขมัน โปรตีน และคาร์โบไฮเดรตได้อย่างเหมาะสม
7. มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ
8. ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง
9. ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งจากการสูบบุหรี่
10. ปริมาณ 80 ไมโครกรัมต่อวันจะช่วยเสริมสร้างความแข็งของกระดูกและช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุนได้

พาบา (กรดพารา-แอมิโนเบนโซอิก)

พาบา (PABA) หรือ กรดพารา-แอมิโนเบนโซอิก เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวม
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ ตับ ไต ข้าว รำข้าว จมูกข้าวสาลี ธัญพืชไม่ขัดสี กากน้ำตาล บริเวอร์ยีสต์
ผลเสียของการรับประทานเกินขนาด ยังไม่พบว่ามีอันตรายต่อร่างกายหากรับประทานในปริมาณสูงและต่อเนื่อง แต่ไม่แนะนำให้รับประทานในปริมาณที่สูงต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ส่วนอาการที่อาจบ่งบอกว่าในร่างกายได้รับ พาบา มากเกินไปที่พบเห็นได้บ่อยคือ คลื่นไส้อาเจียน
ประโยชน์ของพาบา
1. ช่วยให้ผิวพรรณมีสุขภาพดีและเนียนนุ่ม
2. ช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยได้
3. ช่วยลดความเจ็บปวดจากแผลไหม้
4. ช่วยฟื้นคืนสีผมตามธรรมชาติให้กับเส้นผม โรคจากการขาดพาบา ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดเอ็กซีมา

โคลีน (Choline)

โคลีน (Choline) เป็นหนึ่งในสารที่ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย และจัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวม
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ ไข่แดง เนื้อสัตว์ หัวใจ สมอง ตับ ปลา ผักใบเขียว ยีสต์ จมูกข้าวสาลี ข้าวโอ๊ต ถั่วเหลือง ถั่วลิสง กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก
ยังไม่มีขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันอย่างเป็นทางการ แต่มีการประมาณว่าในวัยผู้ใหญ่สามารถรับประทานได้ประมาณ 500 – 900 mg. ต่อวัน
โรคจากการขาดโคลีน
1. โรคอัลไซเมอร์
2. ผนังหลอดเลือดแดงแข็งตัว
3. โรคตับแข็งหรือไขมันสะสมที่ตับ
ประโยชน์ของโคลีน
1. ช่วยทำให้เกิดความรู้สึกผ่อนคลาย
2. ช่วยต่อสู้กับปัญหาความจำเสื่อมในวัยสูงอายุ (ด้วยขนาด 1,000 – 5,000 mg. ต่อวัน)
3. ช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้
4. ช่วยในกระบวนการส่งกระแสประสาท โดยเฉพาะในสมองส่วนที่ทำงานที่ด้านความจำ
5. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ
6. ช่วยป้องกันภาวะไขมันอุดตันในเส้นเลือด
7. ช่วยลดการสะสมตัวของคอเลสเตอรอลได้
8. ช่วยกำจัดสารพิษและยาที่ค้างในร่างกาย โดยช่วยเสริมการทำงานของตับ

อิโนซิทอล (Inositol)

อิโนซิทอล (Inositol) เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวม
แหล่งอาหารที่พบได้แก่ ตับ สมองและหัวใจวัว จมูกข้าวสาลี กากน้ำตาล ถั่วลิสง ถั่วลิมาแห้ง ลูกเกด แคนตาลูป เกรปฟรุต กะหล่ำปลี บริเวอร์ยีสต์
ขนาดที่แนะนำให้รับประทานต่อวันยังไม่มีระบุอย่างเป็นทางการ แต่สำหรับผู้ใหญ่สามารถรับประทานได้วันละ 500 – 1,000 mg.
โรคจากการขาดอิโนซิทอล
1. ผื่นผิวหนังอักเสบชนิดเอ็กซีมา (Eczema) โดยมีลักษณะอาการคือ บวมแดง คัน ผิวหนังลอกเป็นขุย
2. มีอาการท้องผูกได้ง่าย เนื่องจากการทำงานของระบบประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวลำไส้จะทำงานผิดปกติ จึงทำอาหารให้ตกค้างในลำไส้ใหญ่
3. อาจเกิดความผิดปกติในดวงตา เช่น ตาบอดกลางคืน ต้อกระจก ต้อหิน และการมองเห็นผิดปกติได้
4. เกิดภาวะผมร่วงได้
5. อาจเกิดภาวะเส้นเลือดอุดตัน หรือมีการแข็งตัวของผนังเส้นเลือดได้
6. อาจเกิดภาวะเสื่อมและอักเสบของปลายประสาท ทำให้มีอาการชา หรือปวดร้อนตามปลายมือปลายเท้าได้
ประโยชน์ของอิโนซิทอล
1. ป้องกันการหลุดล่วงของเส้นผม ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีและแข็งแรง
2. ทำให้รู้สึกสงบ ช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล
3. สามารถช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดได้
4. ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมัน
5. ช่วยปรับการสะสมของไขมันตามส่วนต่างๆของร่างกาย
6. ช่วยฟื้นฟูอวัยวะต่างๆของผู้ป่วยเบาหวานให้ดีขึ้น
7. ช่วยป้องกันผื่นผิวหนังอักเสบเอ็กซีมา

Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex / 100 Caplets
B your best with our high-quality Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex. The B Vitamins are made up of several essential nutrients that provide nourishment for the stress of daily living.** Each nutrient in the B Vitamin Complex performs a unique role in maintaining proper metabolic functioning and is essential for well being.**

This Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex delivers 150 mg each of B-1, B-2, Niacin, Inositol, PABA, Pantothenic Acid and Choline Bitartrate, as well as 100 mg of B-6, 150 mcg of B-12 and Biotin, and 400 mcg of Folic Acid.

No Artificial Color or Flavor, No Preservatives, No Sugar, No Milk, No Lactose, No Gluten, No Wheat, No Yeast, No Fish, No Starch, Sodium Free.

Supplement Facts
Serving Size 1 Tablet
Amount Per Serving % Daily Value
Thiamin 150 mg 10,000%
(Vitamin B-1)(as Thiamin Mononitrate)
Riboflavin 150 mg 8,824%
(Vitamin B-2)
Niacin 150 mg 750%
(as Niacinamide)
Vitamin B-6 100 mg 5,000%
(as Pyridoxine Hydrochloride)
Folic Acid 400 mcg 100%
Vitamin B-12 150 mcg 2,500%
(as Cyanocobalamin)
Biotin (as d-Biotin) 150 mcg 50%
Pantothenic Acid 150 mg 1,500%
(as d-Calcium Pantothenate)
Choline Bitartrate 150 mg *
PABA 150 mg *
(Para-Aminobenzoic Acid)
Inositol 150 mg *
Proprietary Blend 7.5 mg *
(Alfalfa (Medicago sativa) (leaf),Watercress (Nasturtium (officinale)(aerial), Parsley (Petroselinum crispum) (aerial), Soy (Lecithin, Rice Bran)
*Daily Value not established.
Directions: For adults, take one (1) caplet daily, preferably with a meal.

Other Ingredients: Vegetable Cellulose. Contains <2% of: Natural Palm Leaf Glaze, Silica, Vegetable Magnesium Stearate.

WARNING: Not intended for use by pregnant or nursing women. If you are taking any medications or have any medical condition, consult your doctor before use. Discontinue use and consult your doctor if any adverse reactions occur. Keep out of reach of children. Store at room temperature. Do not use if seal under cap is broken or missing.

Puritan’s Pride Vitamin B-150™ Complex help to maintain the health of the nervous system, skin, eyes and hair.**